"สิทธิพล" นำทีมบุกสภาฯ ส่งสัญญาณเหลือเวลาอีกแค่ 14 วัน ก่อนร่างกฎหมายแข่งขันทางการค้าฯ จะแท้ง จี้ ครม. มีมติยืนยันร่างเดิมสภาชุดที่ 26 หวังล้างบางทุนใหญ่ผูกขาด
วันที่ 30 เมษายน 2569 นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะอดีตประธาน กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจผูกขาด ด้วยการเร่งมีมติยืนยันร่างกฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับที่ผ่านการกลั่นกรองจากทุกพรรคการเมืองมาแล้ว เพื่อให้สภาฯ พิจารณาต่อได้ทันท่วงที
นายสิทธิพล ระบุว่ากฎหมายฉบับปัจจุบันมีช่องโหว่มหาศาลที่ทำให้ทุนใหญ่เริงร่าแต่ประชาชนน้ำตาตก โดยชู 3 ประเด็นหลักที่ต้องปฏิรูปคือ คุ้มครองรายย่อยป้องกันการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมจากผู้มีอำนาจเหนือตลาดที่เหยียบหัว SMEs อุดช่องโหว่กฎหมายเดิมที่กำกวมจนเอาผิดใครแทบไม่ได้ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และมาตรฐานการแข่งขันของไทยยังบกพร่องในสายตาโลก หากไม่แก้กฎหมายฉบับนี้ ไทยจะสอบตกการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในปี 2571
ด้านนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ขยายความว่าร่างฉบับนี้คือ "อาวุธ" ที่ทันสมัยที่สุดในการสู้กับทุนผูกขาด นิยามใหม่คลุมถึง Holding Company และ Venture Capital ไม่ให้ใช้เป็นนอมินีครอบงำตลาด เลิกสิทธิพิเศษรัฐวิสาหกิจที่ทำธุรกิจแข่งกับเอกชนต้องอยู่ใต้กติกาเดียวกัน ไม่มีข้อยกเว้น คุมเข้มการควบรวมเพิ่มอำนาจคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ตรวจสอบการควบรวมข้ามธุรกิจเพื่อไม่ให้ผู้บริโภคไร้ทางเลือก และปรับที่มาของกรรมการ กขค. ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ไม่ใช่แค่ตัวแทนจากระบบราชการ
ขณะที่นางสาวรัชนก ศรีนอก และ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน ร่วมสะท้อนเสียงความเดือดร้อนจริง โดยยกกรณีการควบรวมค่ายมือถือที่ทำให้โปรโมชันดีๆ หายไปและค่าบริการสูงขึ้น รวมถึงปัญหาระดับชาติอย่าง "แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติ" ที่โขกค่า GP จาก 1-2% พุ่งไปเกือบ 30% จนพ่อค้าแม่ค้าไทยแทบไม่เหลือทางรอด
...
"หากรัฐบาลไม่มีมติยืนยันร่างกฎหมายนี้ภายในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ ความมุ่งหวังของนายกรัฐมนตรีที่จะพาไทยเข้า OECD จะไม่มีทางเป็นจริงได้เลย มันคือบทพิสูจน์ว่ารัฐบาลนี้จะเลือกข้างประชาชน หรือเลือกข้างทุนใหญ่" นายสิทธิพล กล่าวทิ้งท้าย