ครอบครัวชินวัตร เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ด้าน “แพทองธาร” เผย พ่อยอมรับมติพักโทษ แต่มีบ่นนิดหน่อยเรื่องติดกำไล EM บอกตนเองนั้นแก่แล้ว และเคยเป็นอดีตนายกฯ แต่น้อมรับมติ
วันที่ 30 เม.ย. 2569 เมื่อเวลา 09.50 น. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี และน.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ เป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ โดยยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดีตามกำหนดวันเยี่ยมญาติ และทุกวันอาทิตย์ยังมีเวทีปราศรัยหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม สลับหมุนเวียนแกนนำคนเสื้อแดงขึ้นเสวนา
ทั้งนี้ ปัจจุบันนายทักษิณ ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลา 7 เดือน กับอีก 21 วัน หรือนับถอยหลังพักโทษคุมประพฤติอีกเพียง 11 วัน ซึ่งจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติออกจากเรือนจำฯ
...
กระทั่งเวลา 11.00 น. หลังการเข้าเยี่ยมเสร็จสิ้น น.ส.แพทองธาร ออกมาเปิดเผยสั้น ๆ ว่า ทางคุณพ่อได้รับทราบมติคณะกรรมการพักการลงโทษเรียบร้อยแล้ว ส่วนความรู้สึกของคุณพ่อก็เป็นไปตามกระบวนการทุกอย่าง อาจจะมีความรู้สึกในเรื่องของการติดกำไล EM ก็มีบ่นนิดหน่อยว่าตนเองนั้นแก่แล้ว และเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมาด้วย แต่พอต้องติดกำไล EM ก็รู้สึกนิดหนึ่ง แต่ไม่เป็นไร เราก็พร้อมทำตามกระบวนการทุกอย่าง ส่วนความรู้สึกภายหลังมีมติพักโทษ ครอบครัวก็รู้สึกว่าได้พักโทษก็ดีใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องติดกำไล EM เป็นความกังวลหรือไม่ เพราะโดยปกติแล้วถ้าสูงวัย มีโรคประจำตัว และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ส่วนใหญ่จะไม่ต้องติดกำไล EM น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เท่าที่ทราบผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องติดกำไล EM แต่อันนี้มีมติให้ติดก็ต้องติด ตนไม่ได้มองว่าน่าแปลกใจอยู่แล้ว เพราะไม่ได้มีอะไร
สำหรับในวันที่ 11 พ.ค. ตนและครอบครัวจะเดินทางมายังเรือนจำฯ ตามเวลาของราชทัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องที่ตนได้โพสต์นับถอยหลัง ก็ยังไม่ได้เล่าให้คุณพ่อฟังแต่อย่างใด ส่วนคุณพ่อจะมีอะไรที่อยากทำเป็นพิเศษหรือไม่นั้น ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไร แค่บอกว่ากลับบ้าน และก็มีการคุยกันเรื่องสุขภาพ เนื่องจากคุณพ่ออยู่ข้างในไม่ได้ตรวจสุขภาพ
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามทางครอบครัวชินวัตรว่ามีเมนูอะไรที่จะรอต้อนรับนายทักษิณ หลังจากได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ ทางครอบครัวไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชน ก่อนเดินขึ้นรถเดินทางกลับออกจากพื้นที่เรือนจำฯ ทันที
“ทักษิณ” น้อมรับมติให้ติดกำไล EM
ด้าน นายวิญญัติ กล่าวถึงความพร้อมในการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติของนายทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 11 พ.ค. ว่า ขั้นตอนต่าง ๆ อยู่ระหว่างการเตรียมการของเรือนจำ โดยผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมคุมประพฤติ จะร่วมกันหารือวางรายละเอียด ซึ่งคาดว่าในวันดังกล่าวจะมีการปล่อยตัวนายทักษิณเพียงรายเดียว เนื่องจากผู้ต้องขังรายอื่นประมาณ 9 รายที่ได้รับการพักโทษนั้น จะมีการทยอยปล่อยตัวออกจากเรือนจำวันอื่น เพราะมีวันพ้นโทษที่แตกต่างกัน ส่วนประเด็นการติดกำไลติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ นายทักษิณบอกว่ารู้สึกยินดีที่ได้รับการพักโทษ เนื่องจากเป็นสิทธิของผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ยังมีข้อสงสัยต่อความจำเป็นของมาตรการดังกล่าว เนื่องจากนายทักษิณเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว อีกทั้งไม่มีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่าทางคณะอนุกรรมการฯ สามารถนำมาผ่อนปรนข้อบังคับใส่กำไล EM ได้ โดยส่วนตัวตนก็ไม่คิดว่าทางคณะอนุกรรมการฯ จะให้นายทักษิณใส่กำไล EM เช่นกัน และหากการใช้มาตรการนี้ใช้กับผู้อื่นด้วยก็จะดี อย่างไรก็ตามขอตั้งคำถามว่าการติดกำไล EM ได้คำนึงถึงสุขภาพของผู้ได้รับการพักโทษหรือไม่ อีกทั้งจะกระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนายทักษิณหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม นายทักษิณก็พร้อมน้อมรับมติของคณะกรรมการฯ แม้จะตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมก็ตาม ภายหลังการปล่อยตัวรับการพักโทษ นายทักษิณจะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติเป็นเวลา 4 เดือน และต้องรายงานตัวภายใน 3 วันนับจากวันปล่อยตัว รวมถึงรายงานตัวต่อเนื่องทุกเดือนจนกว่าจะครบกำหนดโทษ ซึ่งคาดว่าจะสิ้นสุดในวันที่ 9 ก.ย.
นายวิญญัติ กล่าวว่า ท่านเป็นบุคคลที่ไม่คิดจะหลบหนี ถ้าจะหลบหนีคงไม่มารับโทษ ดังนั้น จึงไม่ควรเอามาตรการติดกำไล EM มาใช้กับท่าน ท่านงง แต่ก็น้อมรับกระบวนการที่คณะกรรมการฯ ได้พิจารณา ส่วนความเห็นของตน ตนได้ตั้งข้อสังเกตว่า ท่านเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อประเทศชาติหลายเรื่อง มีนโยบายสำเร็จหลายประการที่ประชาชนทราบดี นี่คือคุณงามความดีของท่าน แต่ในเรื่องของความเหมาะสม หากจะบอกว่ามีความเหมาะสมเพื่อให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมผู้ต้องขังอื่น มันก็คือข้อดี แต่ข้อเสีย คือ ความเสมอภาคของผู้ต้องขังก็ต้องคำนึงว่ามันเกินความจำเป็นหรือไม่ที่จะใช้มาตรการนี้กับท่าน ส่วนเรื่องความเชื่อมั่นว่าเป็นการควบคุมที่จะใช้กำไล EM เพื่อป้องกันการหลบหนี หรือควบคุมดูแลให้ท่านอยู่ในพื้นที่นั้น อันนี้ก็ชัดเจนว่าท่านมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ไม่น่าจะเป็นประเด็น แต่อย่างที่ทราบตนก็ดีใจกับท่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัญชีอินสตาแกรม ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 เม.ย. หลังจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษได้มีมติดังกล่าว น.ส.แพทองธาร ได้มีการอัปโหลดรูปภาพ 1 รูป ประกอบเพลง “โลกทั้งใบ“ ขับร้องโดย เล็ก-รัชเมศฐ์ ซึ่งเป็นภาพสมัยที่ น.ส.แพทองธาร สวมชุดเจ้าสาวในงานแต่งงาน และยืนหันหลังกำลังจัดแต่งเครื่องแต่งกายให้นายทักษิณ ชินวัตร ที่สวมชุดสูททักซิโด้ ด้วยใบหน้ายิ้มปลื้ม พร้อมด้วยคำบรรยายภาพ “This is anything but easy. In case nobody has told you.. I'm so proud of you #countingdown #daddysgirl” อย่างไรก็ดี ใต้โพสต์รูปภาพดังกล่าว ยังมีคอมเมนต์จำนวนมากของครอบครัว เพื่อนพ้อง และแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ร่วมส่งกำลังใจ เช่น คอมเมนต์ของ น.ส.พินทองทา ที่ระบุว่า “หายใจเข้า หายใจออก รอได้ นิ่งได้ จะไม่ไหวแล้วค่ะ บีบมือนะ Our best team” ขณะที่ ดร.คณาพจน์ โจมฤทธิ์ หรือ ดร.เอิง เพื่อนสนิทของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และยังเคยเป็นเลขาส่วนตัวให้กับทั้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้คอมเมนต์ว่า “ดีใจที่สุด“ ส่วน น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล หรือเดียร์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ฝ่ายกฎหมาย คอมเมนต์ว่า “นับถือในหัวใจที่เข้มแข็ง“ ส่วนทางด้านนายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือปอ สามีของ น.ส.แพทองธาร ได้คอมเมนต์ว่า “ดีใจมาก #countingdown”
นอกจากนี้ ทีมงานของครอบครัวชินวัตรยังได้ชี้แจงและขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนถึงการจัดระเบียบการรอทำข่าวในวันที่ 11 พ.ค.โดยระบุว่า ทางเรือนจำกลางคลองเปรมได้มีการอนุญาตพื้นที่บริเวณวงเวียนเสาธงด้านหน้าเรือนจำ ฯ สำหรับเป็นพื้นที่ให้คนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับให้กำลังใจครอบครัวชินวัตร โดยแบ่งเป็น ทางด้านซ้ายมือ (ฝั่งอาคารเยี่ยมญาติ) สำหรับคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ส่วนทางด้านฝั่งขวามือ (หน้าร้านกาแฟหับเผยเรือนจำกลางคลองเปรม) จะเป็นพื้นที่ของสื่อมวลชนทุกสำนักที่มารอติดตามทำข่าวในวันดังกล่าว และโดยเฉพาะในเวลา 08:00 น. ของวันที่ 11 พ.ค. นายทักษิณ ชินวัตร จะได้ออกมายืนตรงทำความเคารพและร้องเพลงชาติไทยที่บริเวณเสาธงวงเวียนเรือนจำกลางคลองเปรม