“นพพล” จี้ “ศุภจี” เร่งแก้วิกฤติราคาพืชผลทางการเกษตรตกทุกประเภท สวนทางต้นทุน เตือนอย่าดำเนินนโยบายแบบหลงทาง ควรเดินหน้าเร่งหาตลาดใหม่ให้ได้
วันที่ 30 เม.ย. 2569 นายนพพล เหลืองทองนารา สส. พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการอภิปรายในสภาในวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองเห็นตรงกันว่าผลผลิตทางการเกษตร ทั้งมะพร้าว ทุเรียน มังคุด มะม่วง ราคาตกต่ำกว่าหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะราคาข้าวที่ตกต่ำติดต่อกันมานานกว่า 3 ฤดูกาล ทั้งนี้ราคาข้าวเปลือกอยู่ระหว่าง 5,500-6,300 บาทมานานแล้ว สวนทางกับต้นทุนการปลูกข้าวเพิ่มขึ้นจาก 6,000 บาทต่อตัน เป็น 7,500 บาทต่อตัน
นายนพพล กล่าวด้วยว่า ที่เป็นเช่นนี้ เพราะรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินนโยบายแบบหลงทาง แทนที่จะมุ่งในการหาตลาดใหม่ให้กับสินค้าไทย โดยเฉพาะข้าวไทยยังคงได้รับความต้องการของตลาด แม้ในตลาดโลกจะมีคู่แข่งหลายประเทศ แต่ข้าวไทยก็ยังคงเป็นที่ต้องการ ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ควรเริ่มเดินหน้าในการขยายตลาดข้าวไทยให้มากกว่านี้ คาดว่าในปี 2569 ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยจะลดลงไม่ถึง 7.9 ล้านตัน ที่เป็นเช่นนี้ เพราะกระทรวงพาณิชย์ยังคงขายในตลาดเก่าที่ขายกันมานานนับ 10 ปี ทั้งๆ ที่กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ และกลุ่มประเทศในแถบโอเชียเนียทั้ง 14 ประเทศ ยังคงมีความต้องการข้าวไทย แต่รัฐบาลกลับไม่ส่งเสริมการขายหรือการส่งออก ส่งผลให้ไทยเสียตลาดในกลุ่มประเทศเหล่านี้ไป
“นอกจากนี้กรณีที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปไลฟ์สดขายทุเรียนร่วมกับแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง เป็นการขายแบบตัดราคาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดผลไม้ ผลที่ออกมาแม้ขายทุเรียนลูกละ 100 บาทได้มากถึง 15 ล้านบาท แต่ความเสียหายมากกว่านั้น เพราะนางศุภจี ไปในฐานะของรัฐบาล และขายทุเรียนตัดราคาแบบนี้ ลูกค้าต่างชาติจะมองประเทศไทยอย่างไร การจัดอีเวนต์ขายทุเรียนที่ผ่านมาจึงเป็นผลเสียมากกว่าได้ เพราะในฐานะแม่ทัพการตลาดไทยต้องทำเพื่อเกษตรกรไทย นำสินค้าไทยไปขายสินค้าไทยในต่างแดนเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรทั่วไทย แต่นางศุภจี กลับไปเพิ่มยอดขายได้ให้กับแม่ค้าออนไลน์ การจัดอีเวนต์ดังกล่าวทำลายตลาดทุเรียนไทยมากกว่าส่งเสริมการขายให้ชาวสวนทุเรียนทั่วไทย ” นายนพพล กล่าว
...