“ณัฐพงษ์” ไล่บี้ถามบรรทัดฐานนายกฯ สอย “พิพัฒน์” พ้นครม. เหน็บอย่า 2 มาตรฐาน ด้าน “อภิสิทธิ์” โต้คารม “โสภณ” ให้ท้ายนายกฯ-รมต.หนีสภาตอบกระทู้ถามสด โดยไม่มีหนังสือแจ้งเหตุจำเป็น
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี กรณีกักตุนน้ำมันที่โยงใยกลุ่มทุนเทา แก๊งสแกมเมอร์ หรือบุคคลระดับสูงในรัฐบาล แต่นายกรัฐมนตรีมอบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม มาชี้แจง แต่นายพิพัฒน์ติดภารกิจ จึงให้นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม มาชี้แจง
โดยนายณัฐพงษ์ถามว่า กระทู้ถามสดมี 2 คน ที่ให้คำตอบได้ชัดเจนคือ นายกฯ และนายพิพัฒน์ เพราะเป็นเรื่องที่สืบเนื่องจากการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันของเสี่ยตือ ที่จ.อ่างทอง เพราะเรื่องใหญ่ที่เราพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลตอบต่อสังคมจนถึงวันนี้ ทั้งสองคนยังไม่ได้ให้ความชัดเจน นั่นคือเหตุบังเอิญและข้อสงสัยว่ากรณีการกักตุนน้ำมันในครั้งนี้ กำลังมีส่วนพัวพันโยงกับเครือข่ายทุนเทา สแกมเมอร์ และมีส่วนพัวพันกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่
5 เหตุผลตั้งข้อสงสัย
โดย 5 เหตุบังเอิญหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่อยู่รายล้อมนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนี้ ประกอบไปด้วย
1) “เสี่ยตือ” บังเอิญเป็นเจ้าของคลังน้ำมันที่ จ.เพชรบุรี ที่มีการขายให้กับบริษัท BCPG บริษัทลูกของบางจากในปี 2566 ด้วยมูลค่าที่สูงเกินจริงถึง 9,000 ล้านบาท ทั้งที่มีการประเมินราคาไว้เพียง 5,000 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งน่าสงสัยว่าการซื้อแพงเกินจริงขนาดนี้ทำไปเพื่ออะไร
...
2) “เสี่ยตือ” บังเอิญเป็นเจ้าของคาสิโนหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งกัมพูชา ที่อาจมีส่วนพัวพันกับเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ ที่กำลังจะมาฮุบบริษัทบางจากผ่านการซื้อหุ้น
3) “เสี่ยตือ” บังเอิญเป็นพ่อของบุตรชาย บุคคลที่เคยถูกออกหมายจับในคดีการฟอกเงินและเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ไชยชนก ชิดชอบ เป็นคนออกมายืนยันต่อสื่อมวลชนเองว่าลูกชายของเสี่ยตือคนนี้ มีความพยายามในการติดสินบน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติการดำเนินคดีเครือข่ายทุนเทาและเว็บพนัน
4) “เสี่ยตือ” บังเอิญเป็นพ่อของบุตรสาว ผู้ถือหุ้นในบริษัทน้ำมันใน จ.อ่างทอง ที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบกระทู้รังสิมันต์ว่าขณะนี้ดีเอสไอกำลังสอบสวนการลักลอบและกักตุนน้ำมันใน จ.อ่างทองอยู่
5) “เสี่ยตือ” บังเอิญเป็นเพื่อนของรองนายกรัฐมนตรีพิพัฒน์ ซึ่งพิพัฒน์เองก็ยอมรับต่อสื่อมวลชนเมื่อสองวันที่แล้ว เมื่อถูกถามว่าสัญญาปล่อยกู้เงินที่พิพัฒน์ให้บริษัทเครือข่ายของเสี่ยตือกู้เงินกว่า 100 ล้านบาทมีรายละเอียดเป็นอย่างไร พิพัฒน์ไม่ได้ตอบประเด็นเรื่องเงินกู้ แต่ตอบมาว่า “ตัวเองมีเพื่อนสักคนลำบากมากเลยหรือ”
ไม่ใช่เหตุบังเอิญ
นาย ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าทั้ง 5 ข้อนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญทั้งหมด แต่เป็น “เหตุบังเอิญพลัส” ในรัฐบาลชุดนี้ ยังมีเหตุบังเอิญอีกหลายอย่างที่พวกตนได้ไปตรวจสอบมา ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นว่าความบังเอิญในการกักตุนน้ำมันเกี่ยวข้องกับเครือข่ายไอ้โม่ง ที่อาจจะเกี่ยวข้องโยงใยกับเครือข่ายทุนเทา อาชญากรข้ามชาติ และบังเอิญเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลนี้ ทั้งหมดไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่เป็นคำถามที่สังคมไทยยังไม่เคยได้รับคำตอบจากสองบุคคลในรัฐบาลนี้เลย คือจากนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีพิพัฒน์
ฟาดอย่า 2 มาตรฐาน
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ในเมื่อวันนี้พิพัฒน์ไม่ได้มาตอบโดยตรง ตนจึงขอฝากอีกหนึ่งคำถามไปยังนายกรัฐมนตรี ว่าตอนที่นายกเคยยกหูหา วรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอให้ลาออกจากตำแหน่ง จากกรณีที่มีข่าวว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ แต่กับกรณีนี้พิพัฒน์ ที่ได้ยอมรับต่อสื่อมวลชนโดยตรงแล้วว่าเป็นเพื่อนกับเสี่ยตือ ซึ่งเครือข่ายของเสี่ยตืออาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุนเทาและอาชญากรข้ามชาติ นายกรัฐมนตรีจะปฏิบัติต่อพิพัฒน์อย่างไร หรือจะปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน เพียงเพราะพิพัฒน์เป็นหัวจ่ายเงินที่สำคัญให้กับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่
ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงกระทู้สดแทนว่า ประเด็นที่ถามไม่เกี่ยวกับกระทรวงคมนาคม แต่จะเรียนนายกฯ ให้ทราบ หลายเรื่องที่ถามอยู่ในชั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ควรถาม รมว.ยุติธรรม
“อภิสิทธิ์” ตำหนิประธานสภาฯ
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า กระทู้ถามสดต้องการให้นายกฯ และรัฐมนตรี มาตอบด้วยตัวเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นมิอาจเลี่ยงได้ แต่ต้องแจ้งเหตุจำเป็นนั้นเป็นหนังสือต่อประธานสภาฯ พร้อมบอกจะมาตอบกระทู้เมื่อใด ดังนั้นต่อไปหากนายกฯมาตอบกระทู้ไม่ได้ ให้ประธานสภาฯ แจ้งเหตุจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ว่า เป็นภารกิจใด สภาจะได้ศักดิ์สิทธิ์ ต้องมีรายละเอียดเหตุจำเป็นคืออะไร ให้สังคมรับรู้ ขณะที่นายโสภณชี้แจงว่า การเลื่อนกระทู้ถามสดดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่ทำมา กรณีนายอภิสิทธิ์หยิบยกเป็นกรณีกระทู้แห้ง สามารถเลื่อนตอบได้ ถ้าต้องการให้ปฏิบัติตามข้อบังคับเคร่งครัด ต้องไปแก้ข้อบังคับ นายอภิสิทธิ์แย้งว่า สิ่งที่พูดอยู่ในข้อบังคับประชุมสภาข้อ 151 หมวดกระทู้ทั่วไป การอ้างปฏิบัติตามลายลักษณ์อักษร แต่ไม่มีการตรวจสอบก็เหมือนไม่มีข้อบังคับ แก้ไปไม่เกิดประโยชน์ ต้องการให้เกิดความโปร่งใส ภารกิจจำเป็นคืออะไร มีหลักฐานใด ไม่ส่งเสริมนายกฯ และรัฐมนตรีหนีสภาไปเรื่อยๆ
จากนั้นนายโสภณ ต่อว่า ได้ประสานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหารือพรรคการเมืองปรับปรุงข้อบังคับที่เป็นอุปสรรคการทำงาน ต้องยอมรับข้อบังคับที่เขียนไว้ สมาชิกไม่ได้ปฏิบัติตาม ทำให้การวินิจฉัยประธานมีปัญหา ขณะที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)ขอความร่วมมือฝ่ายค้านแจ้งตัวบุคคลจะตั้งกระทู้ถามสดล่วงหน้าวันจันทร์หรือวันอังคาร เพื่อประสานรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ แต่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แย้งว่า ข้อบังคับระบุชัด หากนายกฯและรัฐมนตรีจะมอบให้ใครตอบกระทู้แทน ต้องมีเหตุจำเป็นมิอาจหลีกเลี่ยงได้ และแจ้งเหตุเป็นหนังสือต่อประธานสภาฯ ก่อนหรือวันประชุมสภา ดังนั้นหนังสือแจ้งเหตุจำเป็นต้องอยู่ในมือประธานสภาฯแล้ว เพื่อความบริสุทธิ์ใจประธานสภาฯต้องนำหนังสือนี้เผยแพร่ให้สมาชิกเห็น อย่าทำเอกสารย้อนหลัง ให้เอามาอ่านไม่ให้เกิดข้อกังขา