สภาฯ มีมติตีตกข้อเสนอฝ่ายค้าน ไม่ตั้ง กมธ.วิสามัญแก้วิกฤตราคาพืชผลเกษตร ให้ส่งเรื่องเข้า กมธ. พาณิชย์ แทน “พริษฐ์-เลาฟั้ง”  ย้ำจำเป็นต้องตั้งชี้เป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลยังแก้ไม่ตรงจุด และคาบเกี่ยวหลายกระทรวง-หลาย กมธ.


วันที่ 29 เมษายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และ นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน พร้อมกับตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่น ได้ร่วมแถลงต่อสื่อมวลชนที่อาคารรัฐสภา ในเรื่องญัตติเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในการตรวจสอบรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร


โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า สภาได้เริ่มอภิปรายในญัตติดังกล่าวตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีผู้อภิปรายจำนวนมากประมาณ 60 คน เนื่องจากเป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนเห็นถึงความสำคัญ วันนี้พวกตนในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ขอยืนยันมติของวิปฝ่ายค้าน ว่าสภาผู้แทนราษฎรควรจะมีมติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องดังกล่าว มากกว่าเพียงแค่ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการสามัญคณะใดคณะหนึ่ง โดยตนคิดว่ามีสามเหตุผลสำคัญคือ 


ประการแรก ปัญหาเรื่องพืชผลการเกษตรเป็นปัญหาที่เร่งด่วน เนื่องจากทั้งราคาที่ตกต่ำลงในพืชผลหลายประเภท เช่น ข้าว มะม่วง มะพร้าว รวมถึงผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เช่น ปุ๋ย ค่าขนส่ง


ประการที่สอง พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่า แนวทางในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลในเรื่องพืชผลทางการเกษตรนั้นยังไม่ตรงจุด อย่างตัวอย่างล่าสุดในสองวันที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นถึงบทบาทของกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับเรื่องการไลฟ์ขายทุเรียนของกระทรวงพาณิชย์ที่ก่อให้เกิดความสับสนในตลาด จากการที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ไปปรากฏในคลิปประชาสัมพันธ์ที่เสมือนจะเป็นสัญญาณว่าจะมีการขายทุเรียนเกรดพรีเมียมลูกละ 100 บาท 1 ล้านลูก แม้ในที่สุดแล้ว ไลฟ์สดเมื่อวานไม่ได้มีการขายทุเรียนเกรดพรีเมียมลูกละ 100 บาท 1 ล้านลูก แต่บทบาทและการชี้แจงที่กลับไปกลับมาของกระทรวงพาณิชย์ก่อนหน้านั้น ได้สร้างความกังวลใจเพิ่มเติมให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยไม่จำเป็น ยังไม่นับว่ามาตรการของกระทรวงพาณิชย์สำหรับราคาพืชผลประเภทอื่นก็มีความล่าช้าและไม่ทันกาล จนทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงกระทรวงพาณิชย์ในการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา

...


ส่วนเหตุผลสุดท้าย ตนก็ต้องย้ำว่า จำเป็นจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ มากกว่าการส่งไปที่กรรมาธิการสามัญคณะใดคณะหนึ่ง เพราะเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรเป็นเรื่องที่คาบเกี่ยวกับคณะกรรมาธิการสามัญหลายคณะ ก่อนที่จะมีการแก้ข้อบังคับในสภาชุดที่แล้ว สภาผู้แทนราษฎรก็เคยมีคณะกรรมาธิการสามัญที่ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรเป็นการเฉพาะด้วยซ้ำ ยังไม่นับว่ารัฐบาลเองก็วางแนวทางการบริหารราชการแบบหลายคลัสเตอร์ ซึ่งเป็นการตระหนักว่ามีหลายปัญหาที่คาบเกี่ยวหลายกระทรวง เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลเดียวกัน ตนจึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ทันทีในห้วงเวลานี้ มากกว่าจะส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการสามัญ ที่จะต้องรออีกประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนจะตั้งและเริ่มทำงานได้


ทางด้านนายเลาฟั้งกล่าวว่า ตนในฐานะผู้เสนอญัตติ มีสามประเด็นที่จะเน้นย้ำ ประเด็นแรก เกษตรกรตอนนี้กำลังเดือดร้อนจริง ๆ โดยในชนบทนั้นเดือดร้อนจริง ๆ โดยความเดือดร้อนนั้นอยู่ในสินค้าเกษตรทุกประเภท คนที่เดือดร้อน เสียหายไปแล้ว เจ๊งไปแล้ว มีจำนวนมากมาย และอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มที่ใกล้จะถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้ว แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าราคาสินค้าเกษตรจะดีขึ้น จึงมีความน่าเป็นห่วง

ประเด็นที่สอง ตนขอย้ำว่าปัญหาเรื่องราคาสินค้าเกษตร ณ ขณะนี้ เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง อย่างน้อยที่สุดคือ 7 กระทรวง ประกอบด้วย ด้านราคา ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ เรื่องของการแปรรูปก็เกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องของปุ๋ย ยา การรับรองมาตรฐาน ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องของน้ำมันและการขนส่ง เป็นเรื่องของกระทรวงพลังงาน เรื่องของการปราบปรามนอมินี ซึ่งเป็นเรื่องที่มีมาก รัฐบาลมีท่าทีขึงขังว่าจะทำ แต่สุดท้ายก็ไม่ทำสักเรื่อง ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่รับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยและสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกัน และสุดท้ายคือมาตรการช่วยเหลือ ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลัง จึงเห็นได้ว่าอย่างน้อยที่สุด 7 กระทรวงนี้มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นจะต้องตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ไม่สามารถส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการชุดใดชุดหนึ่งได้


และประเด็นสุดท้าย คือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา จะเป็นการดึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายสภา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน ภาควิชาการ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการหาทางแก้ไขปัญหา ขอย้ำว่าเป็นการแก้ไขปัญหาของคนที่เจ๊งไปแล้ว จะทำอย่างไรให้กลุ่มคนเหล่านั้นมีชีวิตอยู่ได้ และมีต้นทุนสำหรับการเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป และต้องเร่งหาทางรับมือกับผลผลิตที่กำลังจะออกในฤดูกาลหน้า ที่จะออกเร็ว ๆ นี้ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าราคาจะดีขึ้น ซึ่งตนก็อยากให้มีความชัดเจนในวันนี้ และหากยังไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น ก็เสี่ยงจะกลายเป็นยืดการแก้ไขปัญหาของประชาชนออกไปอีก


หลังจากการแถลงข่าว สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติ 271 ต่อ 181 เสียง ไม่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในการตรวจสอบรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร โดยให้เป็นการส่งไปที่คณะกรรมาธิการสามัญด้านการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาแทน