รัฐบาลเผย สินค้า GI กลุ่มเครื่องปั้น เครื่องจักสาน และผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ สร้างมูลค่าการตลาดกว่า 400 ล้านบาท “กระจูดพัทลุง” ครองแชมป์สร้างมูลค่าสูงสุด 150 ล้านบาท
วันที่ 29 เมษายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการสำรวจสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในกลุ่มเครื่องปั้น เครื่องจักสาน และผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ (ที่ไม่รวมสินค้าเกษตรและสิ่งทอ) จำนวน 27 รายการ จาก 39 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่า สามารถสร้างมูลค่าการตลาดรวมในปี 2568 อยู่ที่ 440 ล้านบาท โดยมี 5 อันดับที่สร้างมูลค่าสูงสุด ได้แก่ กระจูดพัทลุง นิลเมืองกาญจน์ เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน ดินสอพองลพบุรี และหินอ่อนพรานกระต่าย
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า กระจูดพัทลุง ครองแชมป์สร้างมูลค่าสูงสุด 150 ล้านบาท ปัจจุบันมีราคาจำหน่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 300 บาทต่อชิ้น เพิ่มขึ้นกว่า 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับราคาเดิมก่อนเป็น GI ส่วนนิลเมืองกาญจน์ สร้างมูลค่าตลาดกว่า 90 ล้านบาท ปัจจุบันมีราคาจำหน่ายเฉลี่ยอยู่ที่ชิ้นละ 500-50,000 บาท สำหรับเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน สร้างมูลค่าตลาดรวมกว่า 43 ล้านบาท มีราคาจำหน่ายปลีกได้ถึง 2,500 บาทต่อกิโลกรัม มูลค่าเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า จากราคาเดิมก่อนเป็น GI สำหรับดินสอพองลพบุรี สร้างมูลค่าตลาดกว่า 25 ล้านบาท ปัจจุบันมีราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ 10 บาท เพิ่มขึ้น 1.7 เท่า จากราคาก่อนเป็น GI ที่กิโลกรัมละ 6 บาท และหินอ่อนพรานกระต่าย สร้างมูลค่ารวมกว่า 23 ล้านบาท มีราคาจำหน่ายแตกต่างตามประเภท ได้แก่ แบบก้อน 10,000-12,000 บาทต่อลูกบาศก์เมตร แบบแปรรูปจากโรงงาน 600-3,000 บาทต่อตารางเมตร และสินค้าหัตถกรรม 100-450,000 บาทต่อชิ้น
...
“มูลค่าการตลาดของสินค้าดังกล่าว เป็นเครื่องยืนยันว่าสินค้า GI ไม่เพียงเป็นสินค้าคุณภาพสูง แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการขับเคลื่อนสินค้า GI เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย 10 Plus ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ในมิติ SME Plus ที่มุ่งสร้างความสามารถการแข่งขันและโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย”