“ศิริภา” รองโฆษก ปชป. จวก “พีระพันธุ์” ฟื้นฝอยหาตะเข็บกล่าวหา “ชวน” ต้นตอเหตุออกกฎหมายแปรรูป บ.พลังงาน ทั้งที่เกิดในยุค “ทักษิณ” เหน็บแรงเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า อุดมการณ์คงยังไม่เลือนหาย


วันที่ 28 เมษายน 2569 น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้กรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุพาดพิง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าเป็นต้นตอที่แท้จริงที่ทำให้เกิดการนำบริษัทพลังงานแห่งหนึ่งไปเป็นบริษัทมหาชนในปี 2544 จากการออกกฎหมายแปรรูปในปี 2542 นั้น เป็นเรื่องน่าแปลกใจว่า นายพีระพันธุ์ ที่เห็นชอบในกฎหมายฉบับดังกล่าวในขณะนั้น ในการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 20 เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2542 จะไม่ทราบถึงที่มาที่ไปของกฎหมายฉบับดังกล่าวว่า ออกมาเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของไอเอ็มเอฟ (IMF) ในการช่วยเหลือประเทศไทย ซึ่งตามมาด้วยกฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจกว่า 11 ฉบับ 

แต่รัฐบาลขณะนั้นไม่ได้มีความพยายามในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจใดๆ มีเพียงการออกแผนแม่บทที่ไม่ได้มีผลผูกมัด และนายชวน เองก็ได้คัดค้านการแปรรูป และเสนอให้มีแยกสินค้าผูกขาด เช่น ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ส่วนการออกพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ เมื่อปี 2542 ก็เป็นที่ทราบกันชัดเจนดีอยู่แล้วว่าไม่ได้ส่งผลให้เกิดการแปรรูป เพียงแต่เป็นกฎหมายที่เปลี่ยนสภาพรัฐวิสาหกิจมาเป็นรัฐวิสาหกิจประเภทบริษัทจำกัดเท่านั้น และระหว่างปี 2542-2544 ก็ไม่ได้มีการเดินหน้าที่จะแปรรูปใดๆ เกิดขึ้น เพราะไม่ได้ต้องการที่จะแปรรูปจริง อีกทั้งรัฐบาลนายชวน ได้ฟังเสียงคัดค้านของสหภาพหลายแห่งที่เคลื่อนไหวในเวลานั้น

...

“คุณพีระพันธุ์ ในฐานะ สส. ในขณะนั้นน่าจะทราบดีถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่คุณทักษิณ (ชินวัตร) แปรรูปในปี 2544 ที่กลุ่มทุนจำนวนมากได้รับประโยชน์จากเรื่องดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลพรรคไทยรักไทยขณะนั้นขับเคลื่อนการแปรรูปอย่างรวดเร็ว หวังว่าการไปพบคุณทักษิณที่บ้านจันทร์ส่องหล้านั้น จะไม่ทำให้ความทรงจำและอุดมการณ์ของท่านเลือนหายไป” 

พร้อมกันนี้ น.ส.ศิริภา ยังได้โพสต์ภาพมติการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2542 ที่มีชื่อของ นายพีระพันธุ์ ที่ได้ร่วมโหวตลงมติ “เห็นด้วย” กับกฎหมายฉบับดังกล่าวด้วย ขณะที่ยังเป็น สส.พรรคประชาธิปัตย์ ในเวลานั้นด้วย.