ครม. เคาะงบกลาง 1.1 พันล้านบาทเตรียมความพร้อม ไทยเป็นเจ้าภาพประชุม World Bank - IMF ปี 69 คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุม จากทั่วโลก 15,000 คน
วันที่ 28 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณ สำหรับการเป็นเจ้าภาพ “จัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 โดยอนุมัติกรอบวงเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 1,162.27 ล้านบาท และมอบหมายให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณดังกล่าวให้แก่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก เพื่อดำเนินการเตรียมการเป็นเจ้าภาพต่อไป
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า การอนุมัติงบประมาณดังกล่าวมีความจำเป็น เนื่องจากต้องเตรียมความพร้อมครอบคลุมสถานที่จัดการประชุม สถานที่ลงทะเบียน จัดหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อุปกรณ์สำนักงาน วัสดุสำนักงาน และเฟอร์นิเจอร์ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานของ IMF และกลุ่มธนาคารโลก โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนกำหนดการตรวจสอบความเรียบร้อยในการเตรียมความพร้อมสถานที่จัดการประชุมประจำปีฯ ปี 2569 ของ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งจะตรวจสอบในช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม 2569 เพื่อให้สามารถใช้จัดการประชุมดังกล่าวระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569
การเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าว จะเป็นการแสดงศักยภาพและความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมระหว่างประเทศ เป็นเวทีสำคัญในการแสดงแนวคิดและผลักดันนโยบายสำคัญด้านเศรษฐกิจของไทยในประชาคมโลก และเป็นโอกาสในการขยายความร่วมมือและเรียนรู้วิทยาการในประเด็นต่าง ๆ จากประเทศสมาชิก
...
“การจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 นี้ ถือเป็นการประชุมด้านเศรษฐกิจการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการ “สร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก” และสร้างความร่วมมือกับกลุ่มประเทศองค์กรทางเศรษฐกิจและการพัฒนาระหว่างประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ว่าการธนาคารโลกจากประเทศสมาชิก จำนวน 189 ประเทศ และผู้ว่าการธนาคารกลางในฐานะผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศจากประเทศสมาชิก จำนวน 191 ประเทศ คาดจะมีผู้เข้าร่วมการประชุมประจำปีฯ จากทั่วโลกประมาณ 15,000 คน” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุ.