“เดชรัต” แนะ “ศุภจี” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ศึกษาตลาดทุเรียนให้ดีก่อน อย่าส่งสัญญาณสับสน หลังอินฟลูฯ ดังจ่อขายลูกละ 100 บาท ชี้ ไม่แก้ปัญหา แถมซ้ำเติมเกษตรกร


วันที่ 27 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา นายเดชรัต สุขกำเนิด ที่ปรึกษาพรรคประชาชน ให้ความเห็นหลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดึงอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเตรียมไลฟ์สดขายทุเรียนลูกละ 100 บาท ว่า การไลฟ์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาท ที่กระทรวงพาณิชย์มุ่งหวังว่าจะเป็นการเปิดตลาดทุเรียน กลับกลายเป็นการสร้างความสับสนและความกังวลใจให้กับเกษตรกรชาวสวนทุเรียน เพราะราคาที่ประกาศขายต่ำกว่าราคาทั่วไปในตลาดอย่างมาก และอาจทำให้ราคาหน้าสวนถูกกดลงมาด้วย

ขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูกาลทุเรียน ที่ชาวสวนกำลังลุ้นราคาต้นฤดูให้สูง เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นมาก่อนหน้านี้ สัญญาณที่เราควรส่งให้ตลาด จึงควรเป็นสัญญาณที่จะช่วยให้ราคาขยับสูงขึ้น เช่น ทุเรียนคุณภาพดี การที่กระทรวงพาณิชย์มาส่งสัญญาณขายทุเรียนในราคาถูกกว่าตลาด แม้ภายหลังจะอ้างว่าทุเรียนเกรดรอง แต่ก็มีผลทำให้การยกระดับราคาหน้าสวนทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงต่อมาที่ผลผลิตกำลังจะเพิ่มขึ้น

“ความปรารถนาดี แต่ส่งสัญญาณที่ผิดพลาด หรือส่งสัญญาณไม่สอดคล้องกับช่วงเวลา ก็อาจเป็นผลเสียหายต่อราคาในตลาดได้ อย่างกรณีทุเรียน”

ดังนั้น การยึดติดกับมาตรการเฉพาะหน้า เช่น การไลฟ์ขายผลผลิต โดยไม่เข้าใจสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา จะไม่ช่วยให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำของสินค้าหลายชนิดที่เผชิญอยู่ในปีนี้ได้ เพราะแต่ละสินค้ามีปัญหาที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น สินค้าบางชนิดที่ราคาเริ่มต่ำลง และบางพื้นที่ไม่มีคนเข้ามารับซื้อ เช่น มะม่วง (ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน) ในกรณีดังกล่าว การเข้ามาช่วยไลฟ์ขาย และหาช่องทางการขนส่งสู่ตลาด ก็จะช่วยพยุงการตกลงของราคามะม่วงได้ แต่ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ทำไม่เพียงพอ ราคามะม่วงจึงร่วงเหลือ 2-3 บาท/กก.

...

แต่หากเป็นกรณีของมะพร้าวน้ำหอม การพยายามเพิ่มการบริโภคสดอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ก็จำเป็นต้องเพิ่มการแปรรูปเพื่อรองรับผลผลิตส่วนเกิน และการจัดระบบการค้าขายที่เป็นธรรมร่วมด้วย ส่วนกลุ่มพืชผักเช่น กะหล่ำปลี หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง ที่ราคาหน้าสวนจะร่วงหากมีการนำเข้ามามาก ในกรณีเช่นนั้น กระทรวงพาณิชย์ก็ควรควบคุมหรือกำกับปริมาณการนำเข้า เพื่อให้สินค้าของเกษตรกรสามารถระบายออกสู่ตลาดได้ในช่วงเวลาดังกล่าว 

เพราะฉะนั้น กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีปฏิทินสินค้าเกษตรอยู่ในมืออยู่แล้ว จึงต้องเตรียมการและประสานงานล่วงหน้า เพื่อกำหนดมาตรการให้สอดคล้องแต่ละสินค้า แต่ละช่วงเวลา และแต่ละกลุ่มเป้าหมาย และที่สำคัญ กระทรวงพาณิชย์ควรรับฟังและหารือกับพี่น้องเกษตรกรแต่ละกลุ่มให้กว้างขวางขึ้น เพื่อให้มาตรการหรือการส่งสัญญาณที่ออกมาสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและสถานการณ์อย่างแท้จริง ไม่กลายเป็นความกังวลใจของพี่น้องเกษตรกรอย่างเช่นในคราวนี้

นายเดชรัต ระบุในช่วงท้ายด้วยว่า ในวันพุธที่ 29 เมษายน 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน จะร่วมอภิปรายญัตติการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลการเกษตร และการช่วยเหลือเกษตรกรจากผลกระทบการสู้รบในตะวันออกกลาง ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง สส.พรรคประชาชน จะเสนอมาตรการที่เหมาะสมสำหรับการแก้ไขและป้องกันราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ในรายสินค้าและในภาพรวมด้วย.