“สิงคโปร์” สนใจร่วมโครงการแลนด์บริดจ์ “รัชดา” โว เป็นโครงการสร้างโอกาสภูมิภาค ขอให้มั่นใจ ไม่มีทางที่รัฐบาลจะอนุมัติโครงการจากกระดาษเปล่า
เมื่อเวลา 10.00 น. 27 เมษายน 2569 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ นายชาง ชุน ซิง (H.E. Mr. Chan Chun Sing) รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการภาครัฐ และรมว.กลาโหมสาธารณรัฐสิงคโปร์ ที่เข้าเยี่ยมคารวะ โดยน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญของการหารือ ว่า นายอนุทิน แสดงความขอบคุณนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯสิงคโปร์ ที่ได้แสดงความยินดีทางโทรศัพท์ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่ง และยังได้หารือร่วมกันเพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างไทยกับสิงคโปร์ ทั้งในระดับทวิภาคีและภูมิภาค ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก
โดยนายชาง ได้ส่งความปรารถนาดีจากนายลอว์เรนซ์ ซึ่งฝ่ายสิงคโปร์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ให้การต้อนรับนายอนุทิน โอกาสเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการในห้วงเวลาที่เหมาะสม โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความสัมพันธ์และความร่วมมือที่สำคัญ ทั้งด้านกลาโหม ที่มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการฝึกร่วมประจำปี อาทิ การฝึก Cobra Gold ด้านพลังงาน ที่เห็นพ้องถึงโอกาสในการขยายความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างกัน อุตสาหกรรมการบิน ความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ฝ่ายสิงคโปร์ให้ความสนใจโครงการแลนด์บริดจ์ของไทย โดยเห็นว่าเป็นการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างสองฝั่งทะเล เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศ รวมถึงเป็นโอกาสที่จะทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งจะต่อยอดสู่การสร้างเศรษฐกิจใหม่ สนับสนุนความมั่นคง และเสริมศักยภาพให้กับภูมิภาค โดยนายอนุทิน พร้อมให้การสนับสนุนสิงคโปร์ และเน้นย้ำว่าโครงการดังกล่าวต้องอาศัยการลงทุนขนาดใหญ่และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
...
“รัชดา” โว โครงการสร้างโอกาส
จากนั้นเวลา 11.00 น. น.ส.รัชดา ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า บรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างเป็นกันเอง เพราะความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสิงคโปร์แน่นแฟ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของผู้นำทั้ง 2 ประเทศ สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ นายชาง ให้ความสนใจ เพราะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ หากมีความชัดเจนและสามารถผลักดันได้ ก็จะมีนักลงทุนจากสิงคโปร์ รวมถึงชาติอื่นๆ มาร่วมพัฒนาโครงการนี้ เมื่อถามว่า สิงคโปร์จะมาช่วยสนับสนุนนักลงทุน หรือมาช่วยเรื่องอะไร น.ส.รัชดา กล่าวว่า ยังไม่คุยลงลึกในรายละเอียด แต่เขารับทราบความน่าสนใจของโครงการนี้ และเห็นโอกาสว่าถ้าทำได้จริง โครงการนี้จะสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยและภูมิภาค เมื่อถามว่า สิงคโปร์พร้อมร่วมมือผลักดันโครงการนี้กับไทยใช่หรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ยังไม่ได้ลงรายละเอียด แต่รัฐมนตรีของสิงคโปร์กำลังติดตามโครงการนี้อยู่ เพราะเรื่องนี้ต้องผลักดัน และมีความชัดเจนจากรัฐบาลในระดับต่อๆ ไป ถึงจะค่อยมีการพูดถึงการลงทุน
ยันทุกอย่างโปร่งใส
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านวิจารณ์ว่ารัฐบาลยังไม่มีการแสดงตัวเลขความคุ้มทุน แต่พยายามผลักดันโครงการนี้แล้ว น.ส.รัชดา กล่าวว่า เรื่องนี้มีการผลักดันมาหลายปีแล้ว โครงการใหญ่ๆ ต้องมีการวิเคราะห์ความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยก่อนนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอให้มั่นใจว่า ไม่มีทางที่รัฐบาลจะอนุมัติโครงการจากกระดาษเปล่า อย่ากังวล ทุกอย่างโปร่งใส และย้ำว่าโครงการนี้ เป็นการนำเงินจากเอกชนมาลงทุน เมื่อถามว่าจะทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่อย่างไร เพราะยังมีแรงต้าน น.ส.รัชดา กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ทุกโครงการขนาดใหญ่ ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ทุกความกังวลเราต้องรับฟัง และเราต้องสื่อสารเรื่อยๆ นายกฯ เน้นย้ำว่าจะทำอะไรต้องเข้าใจหัวอกประชาชน และสื่อสารให้เข้าใจว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าโครงการนี้จะสำเร็จและเกิดขึ้นจริง น.ส.รัชดา กล่าวว่า เป็นความตั้งใจที่ดีของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ของประชาชน และหวังว่าประชาชนจะเห็นโอกาสทางเศรษฐกิจ
วอนอย่าพูดด้อยค่าประเทศ
เมื่อถามว่าดูเหมือนหลายประเทศให้ความสนใจประเทศไทย ทั้งประเทศจีนและสิงคโปร์ ยังมีประเทศอื่นอีกหรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ขออย่าด้อยค่าศักยภาพของประเทศไทยว่าคนโน้นก็ไม่สนใจ คนนี้ก็ไม่สนใจ ซึ่งไม่ได้เป็นความจริง เรามีความน่าเชื่อถือทางด้านการเงินการคลัง ซึ่งในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาไทยกลับมาอยู่ในอันดับประเทศที่นักลงทุนสนใจอยากลงทุน และประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนน้ำมัน แต่เรามีปัญหาเรื่องราคาน้ำมันซึ่งทั่วโลกเป็นหมด มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นความมั่นคงและมีความน่าสนใจที่ประเทศอื่นไม่มี แต่ทำไมยังมีคนบางกลุ่มคิดด้อยค่า ทำลายความน่าเชื่อถือ อย่าคิดว่าพวกคุณพูดกันเองเพื่อที่จะสร้างประเด็นทางการเมืองแค่ในประเทศ ทุกคำพูดที่คุณด้อยค่าประเทศไทยต่างชาติก็ฟังอยู่ และยิ่งคนที่มีตำแหน่งทางการเมืองออกมาพูดในลักษณะดูว่าประเทศไทยไม่น่าเชื่อถือแบบนี้ไม่มีใครได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นขอให้โฟกัสการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ความเหมาะสม ความกังวล ขอให้วิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ ประเด็นที่คิดว่าประเทศไทยไม่มีศักยภาพ นั่นไม่ใช่ประเทศไทย