“บรรณพจน์ ดามาพงศ์” เยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” เรือนจำกลางคลองเปรม บอกโอเคดี “ทนายวิญญัติ” แจงอาการโดยรวมไม่มีอะไรที่น่ากังวลใจ สุขภาพจิตใจดี เผยยื่น “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ที่พักโทษคุมประพฤติ
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 27 เมษายน 2569 นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เป็นตัวแทนครอบครัว พร้อมกับ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เดินทางเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งปัจจุบันนายทักษิณ ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำเป็นระยะเวลา 7 เดือน กับอีก 18 วัน ขณะเดียวกัน ที่บริเวณหน้าเรือนจำยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดีตามกำหนดวันเยี่ยมญาติ
ทั้งนี้ หลังเข้าเยี่ยมประมาณ 15 นาที นายบรรณพจน์ เปิดเผยสั้นๆ ว่า “จากการพูดคุยกับท่านทักษิณ ท่านโอเคดีครับ” แต่รายละเอียดต่างๆ ขอให้สื่อมวลชนพูดคุยสอบถามกับทนายวิญญัติแทน
ทางด้าน นายวิญญัติ กล่าวว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 23 เมษายน ทางลูกและหลานได้เข้าเยี่ยมใกล้ชิดท่าน ได้สวมกอดและไหว้ขอพรท่าน ซึ่งท่านทักษิณและครอบครัวก็มีความสุขอย่างมาก เพราะไม่ได้เจอและสัมผัสกันนานหลายเดือนแล้ว ก็ต้องขอบคุณเรือนจำกลางคลองเปรมที่ได้ให้โอกาสท่านทักษิณ และยังให้โอกาสผู้ต้องขังรายอื่นๆ ได้เยี่ยมญาติใกล้ชิด
โดยวันที่ 23 เมษายน เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ท่านจะได้เยี่ยมญาติใกล้ชิด และในฐานะที่ตนเป็นทนายความ มองว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ส่วนเรื่องสุขภาพท่านยังคงปกติดี แต่ก็มีโรคประจำตัวอย่างที่ทุกท่านทราบ แต่ก็ไม่ได้มีอาการโคม่าหรือน่ากังวลแต่อย่างใด เพราะท่านก็พยายามดูแลตัวเองให้ดี รับประทานยาอยู่เป็นประจำ อาการโดยรวมที่น่ากังวลใจจึงไม่มีเลย และสุขภาพจิตใจท่านก็ดีด้วย
...
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวล่าสุด กรณีที่คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ มีมติให้ นายทักษิณ มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษทั่วไปแล้ว จึงเหลือเพียงด่านสุดท้าย ในวันที่ 29 เมษายน ซึ่งคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม จะได้ประชุมพิจารณานั้น นายวิญญัติ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องการประชุมกันวันไหนอย่างไรตามที่สื่อมวลชนแจ้ง แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นตนก็ขอความกรุณาคณะอนุกรรมการฯ ทุกท่านให้พิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริง เพราะส่วนตัวตนก็คิดว่าท่านจะได้รับการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา ตนก็อยากบอกว่า อยากให้ท่านได้รับโอกาสพักโทษ
นายวิญญัติ ระบุต่อไป ส่วนเป็นห่วงหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่าทุกคนเป็นห่วงอยู่แล้ว แม้ญาติหรือครอบครัวของผู้ต้องขังรายใด เชื่อว่าความรู้สึกไม่ต่างกัน เพราะเรือนจำกลางคลองเปรมก็มีจำนวนผู้ต้องขังเยอะ ไม่ได้มีเพียงท่านคนเดียว อีกทั้งทั่วประเทศก็คงมีประมาณหลัก 500 ราย ซึ่งตนก็ไม่ก้าวล่วงและไม่อยากลงรายละเอียดมากนัก เพราะเจ้าหน้าที่หรือคณะอนุกรรมการฯ ก็ยังคงทำหน้าที่กันอยู่
สำหรับคำถามว่าสถานที่สำหรับพักโทษคุมประพฤติ นายทักษิณ ครั้งนี้จะยังคงเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า ดังเดิมหรือไม่ นายวิญญัติ ตอบว่า เรียนตามตรงว่าที่ตนได้ยื่นไปก็ยังคงเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งก็จะเป็นสถานที่ที่ท่านทักษิณ จะใช้อาศัยระหว่างคุมประพฤติ ในกรณีท่านทักษิณ ผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษคุมประพฤติ
ส่วนกรณีที่มีรายงานว่า นายทักษิณ จะไม่ต้องติดกำไล EM เพราะเข้าเกณฑ์ผู้ต้องขังสูงวัยเกินกว่า 70 ปี นั้น นายวิญญัติ ยืนยันว่า ตนเองไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ ขอให้รอฟังผลดีกว่า ว่าจะเป็นจริงตามที่สื่อมวลชนสอบถามหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขอให้ท่านได้รับโอกาสตามระเบียบกฎหมาย เพราะท่านก็สูงอายุและมีโรคประจำตัวด้วย ซึ่งการประเมินต่างๆ ก็เป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ ตนไม่ขอมีความเห็นใดๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เนื่องด้วยวันนี้ถือเป็นวันที่สื่อมวลชนให้การจับตาความเคลื่อนไหวครอบครัวชินวัตร หลังมีกระแสข่าวว่าเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมการพักโทษระดับกรมราชทัณฑ์ ได้มีมติให้ นายทักษิณ มีคุณสมบัติผู้ต้องขังเด็ดขาดผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักโทษกรณีทั่วไป ก่อนที่รายชื่อของนายทักษิณ และผู้ต้องขังเด็ดขาดรายอื่นๆ ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดจะถูกส่งไปยังคณะกรรมการพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรม (คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 ในวันที่ 29 เมษายน
โดยนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่ง กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ก็ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร
นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า เนื่องด้วยนายทักษิณ มีอายุกว่า 76 ปี และมีปัญหาด้านสุขภาพ ส่วนใหญ่จึงเข้าเงื่อนไขในกลุ่มผู้ต้องขังสูงวัยที่ไม่ต้องติดกำไล EM ขณะที่การปล่อยตัวคุมประพฤติจะเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 และจะต้องรับการคุมประพฤติต่อเนื่องอีกเป็นเวลา 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษและได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 9 กันยายน 2569