“เท้ง” ชี้รัฐบาล “อนุทิน” ดูเข้มแข็งนอก แต่ภายในเปราะบาง เพราะยึดโยงกลุ่มผลประโยชน์มากไป เตรียมตั้ง ครม. เงา สู้ศึกตรวจสอบรัฐบาล



วันที่ 26 เม.ย. 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประเมินรัฐบาลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าจะอยู่ครบเทอม 4 ปี หรือไม่ รวมถึงอะไรจะเป็นกับดักที่ทำให้รัฐบาลนี้จนมุมได้ โดยระบุว่า ถ้ามองจากภายนอกเหมือนรัฐบาลเข้มแข็ง มีเสถียรภาพหลายด้าน หลายคนวิเคราะห์ว่าอาจมีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับ สว. หรือองค์กรอิสระ แต่มองในอีกมุมหนึ่งภายใต้ความแข็งตรงนั้น ภายในก็เปราะบาง


นายณัฐพงษ์ ชี้ว่า สิ่งที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้มีความเปราะบางคือ ทุกๆ กลุ่มก้อนอำนาจที่ยึดโยงอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นมุ้งใหญ่จากพรรคอื่นๆ ที่ดูดเข้ามาอยู่ในพรรคภูมิใจไทย รวมถึงการใช้อำนาจโดยมิชอบขององค์กรอิสระ และกลุ่มทุน นายทุนที่สนับสนุน หรือข้าราชการที่ได้รับประโยชน์อิงแอบจากรัฐบาลสีน้ำเงิน ซึ่งทุกคนล้วนโยงใยกัน โดยผลประโยชน์เราจะเห็นได้ชัดว่าจากวิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้นจะเป็นอีกหนึ่งวิกฤติที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้แสดงความเปราะบางออกมา และถึงแม้ว่าจะมีรัฐมนตรีที่เป็นสายเทคโนแครต แต่บางประเด็นก็ไม่ได้กล้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์ อย่างเช่นกรณีแลนด์บริดจ์


“เพราะฉะนั้นเชื่อว่าความเปราะบางภายในของรัฐบาลที่ยึดโยงกันด้วยกลุ่มผลประโยชน์ตรงนี้ วิกฤติต่อไปในอนาคต ในทุกวิกฤติจะทำให้รัฐบาลที่ดูเหมือนจะเข้มแข็ง แต่สุดท้ายก็จะมีความเปราะบางภายในตัวเอง ซึ่งเป็นหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านและพรรคประชาชนที่จะทำให้ประชาชนเห็นว่า ภายใต้รัฐบาลแบบนี้จะยิ่งทำให้สังคมไทยเปราะบาง และรัฐบาลเองก็จะอยู่ไม่ได้” ณัฐพงษ์ ระบุ

...


สำหรับกรณีพรรคประชาชนล่ารายชื่อสมาชิกรัฐสภาเพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระของศาลฎีกาเพื่อตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้น นายณัฐพงษ์ เชื่อว่า มีพรรคร่วมฝ่ายค้านและ สว. บางส่วนร่วมเข้าชื่อกับเรา และเรายืนยันว่าไม่ได้ทำงานตัวคนเดียว


ส่วนมีการคุยกับใครบ้างแล้วนั้น นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า มีการพูดคุยหลังบ้านกับทุกส่วน แต่เนื่องจากยังไม่มีมติอย่างเป็นทางการ หากพูดไปก่อนว่ามีใครร่วมลงชื่อแล้วบ้าง อาจเป็นการเสียมารยาทในการพูดคุยกัน แต่ยืนยันว่า มีการพูดคุยหลังบ้านแล้ว ส่วนการประเมินเชื่อมั่นว่า สามารถได้รายชื่อครบแน่นอน


นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ชี้แจงรายละเอียดแนวคิดการตั้งคณะรัฐมนตรีเงา (ครม. เงา) ของพรรคประชาชน โดยระบุว่า เป็นความตั้งใจของพรรคที่จะมีกลไกเป็นหัวหอกทำหน้าที่ทั้งตรวจสอบรัฐบาล และเสนอสิ่งที่ดีกว่าให้ประชาชนเห็น  โดยจะมีการประชุมเป็นรายสัปดาห์ และอยากให้ประชาชนรู้สึกว่า ประเทศไทยดีกว่านี้ได้ ไม่อยากให้คนหมดความคาดหวังกับการเมืองและเศรษฐกิจไทย อยากเสนอว่าหากเราเป็นรัฐบาล เราจะนำเสนอสิ่งที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทยอย่างไรในรายสัปดาห์ โดย ครม. เงา จะแบ่งการทำงานออกเป็น 4 ด้าน คือ ด้านความมั่นคง, เศรษฐกิจ, คุณภาพชีวิต และการปฏิรูปรัฐและกฎหมาย ไปพร้อมกัน โดยจะเป็นการทำงานที่เชื่อมทุกองคาพยพของพรรค ตั้งแต่คนในพรรค ประธานกรรมาธิการ สส. และงานพื้นที่ เครือข่าย ซึ่งจะลงไปให้เห็นเลยว่า ในแต่ละพื้นที่ ถ้ามีนโยบายที่ดีกว่านี้ จะแก้ปัญหาระดับพื้นที่ได้อย่างไร สส. จะขับเคลื่อนได้อย่างไร

สำหรับจำนวนและวิธีการคัดเลือก ครม. เงา นั้น นายวีระยุทธมองว่า การทำงานโครงสร้างรัฐไทยที่เป็นอยู่นั้น การแบ่ง 4 ด้าน จะเป็นประโยชน์มากกว่าแยกรายกระทรวง การทำงานเป็นการเชื่อมโยง สส. และแกนนำพรรค ไม่ได้กำหนดตายตัว บางเรื่องที่สำคัญแต่ถูกทอดทิ้ง เช่น SMEs เราจะตั้งทีม ครม. เงา ที่ดูแลเรื่อง SMEs โดยเฉพาะ เราจะแบ่งทีมให้สอดคล้องกับการทำงานในปัจจุบัน เพราะการแยกเป็นรายกระทรวงอาจทำให้บางเรื่องถูกทิ้งหรือรวมไปโดยไม่จำเป็น จึงจะแยกเป็น 4 โครงใหญ่ และมีทีมย่อยลงไป


นายณัฐพงษ์ได้เสริมว่า สำหรับ ครม. เงาของพรรคประชาชน จะมีการแถลงครั้งแรกเพื่อลงรายละเอียดภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้  ส่วนการนั่งประธานคณะกรรมาธิการนั้น 10 สส. ที่ไม่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ จะได้ดำรงตำแหน่งหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า กระบวนการกำลังเกิดขึ้นภายในพรรค แต่ในเชิงหลักการ ไม่ว่า สส. ใหม่ หรือ สส. ชุดปัจจุบัน หรือแม้จะเป็น 10 สส. เอง เป็นกระบวนการที่เปิดกว้างให้กับทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นอย่างแบบนั้นอยู่แล้ว