“อภิสิทธิ์” คาดได้ตัวผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ต้น พ.ค. เป็นผู้ชาย อยู่ระหว่างการทาบทาม ยอมรับพลาดเป้าสส.เขต เดินหน้าฟื้นศรัทธาพรรค ชี้ช่วยเซฟงบฯ-เซฟเวลาเดินทาง ประชุมใหญ่พรรคแบบออนไลน์


เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 25 เม.ย. 2569  ที่พรรคประชาธิปัตย์  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(ผู้ว่าฯกทม.)ในนามพรรคประชาธิปัตย์ว่า  ยังอยู่ระหว่างการทาบทามผู้ที่เสนอตัวและสนใจ จะพยายามเปิดตัวให้เร็วที่สุดเพราะผู้ว่าฯ คนปัจจุบันใกล้จะครบวาระแล้ว ซึ่งตอนนี้มีทั้งคนที่ติดต่อมา และเราติดต่อไปหลายคน    เมื่อถามว่าจะสามารถเปิดตัวได้ทันต้นเดือน พ.ค.นี้หรือไม่  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะพยายามทำให้ได้เพราะจะมีการสมัครในช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้แล้ว     เมื่อถามต่อว่า  บุคคลดังกล่าว เป็นคนภายในพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวพร้อมหัวเราะว่า  “เดี๋ยวมาก็เป็นคนภายในพรรคแล้ว” เมื่อถามอีกว่า เป็นผู้หญิงหรือ ผู้ชาย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นผู้ชาย


ยอมรับพลาดเป้าสส.เขต เดินหน้าฟื้นศรัทธาพรรค


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวงประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ที่มีนายอภิสิทธิ์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้กล่าวตอนหนึ่งในที่ประชุมว่าต้องขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ในการเลือกตั้งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดีจากทุกฝ่ายด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเวลาที่ทำให้ อาจเกิดความไม่พร้อมในการบริหารจัดการ และเรื่องกระบวนการสรรหาผู้สมัครทุกคนคงเข้าใจในข้อจำกัดนี้ดี   ส่วนการเลือกตั้งที่ออกมา ในส่วนของระบบบัญชีรายชื่อนั้น ไม่ได้ห่างจากเป้าที่ความคาดหมาย ได้สูงกว่าเมื่อปี 2562 เล็กน้อย ถือว่าเป็นฐานที่เราจะสามารถใช้ในการขยายไปสู่การเติบโตในวันข้างหน้าได้  แต่ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในระบบเขตเลือกตั้งยังไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง และตนก็ได้รับฟังหลังจากการเลือกตั้งจากทุกภาคถึงเงื่อนไขต่างๆที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้  ทั้งหมดนี้ก็นำมาสู่การปรับแผนการดำเนินการทั้งหมดเพื่อมั่นใจว่า ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะมีเวลาในการเตรียมตัวตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จ มา และได้เดินหน้าในการวางรากฐานหลายอย่าง

...

 


ชวนอดีตสส.-อดีตรมต.พรรค ช่วยงาน กมธ.สภาฯ


“ส่วนการทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ที่พรรคมีเพียงแค่ 21 เสียง แต่ถือว่าดังพอสมควร สส.ทุกคน ตั้งใจในการใช้ทุกโอกาสในสภา ทั้งการเสนอญัตติ การเสนอกฎหมายควบคู่กับการอภิปราย เช่นการอภิปรายนโยบายรัฐบาลให้เห็นถึงการทำงานของเราในฐานะฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็ง มีเหตุและผล มีความพร้อมความสร้างสรรค์และมีข้อเสนอแนะรวมไปถึงฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดของพรรคเกี่ยวกับประเด็นต่างๆของสังคมเศรษฐกิจการเมืองในทุกๆเรื่อง พรรคพยายามใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมโยงเข้าหากันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การยืนยันตัวตนในการประชุมใหญ่ในวันนี้ และต่อไปคือ การเชื่อมโยงกับสมาชิกพรรคทั้งประเทศที่ใช้มีแอพพลิเคชันและระบบสื่อสารภายในพรรคให้รับรู้รับทราบถึงการทำงานของพรรคทั้งผู้บริหารพรรค ,สส.พรรค , ตัวแทนสาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจำจังหวัด เช่น คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาที่มี35 คณะ พรรคได้สัดส่วนตามสส. ที่มี 22คน คือได้ประธาน กมธ. 2 คณะ คือ 1.คณะกรรมาธิการสาธารณสุข   2.คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด  แม้เราไม่ได้เป็นกรรมาธิการครบทุกคณะ  แต่จะพยายามประสานกับทุกกรรมธิการ ว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะขอให้มีตำแหน่งของกรรมาธิการ เป็นที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการ หรือไม่เป็นทางการ ผู้ชำนาญการ หรือเลขาฯตามระเบียบของสภา   เพื่อให้ผู้ที่มีประสบการณ์ อาทิ อดีตรัฐมนตรี, อดีตสส.ของพรรค ที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานในส่วนของกรรมาธิการเหล่านี้ เข้ามาช่วยงาน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว 



ชี้ช่วยเซฟงบฯ-เซฟเวลาเดินทาง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สำหรับผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569ได้พิจารณารับรองการรายงานผลการดําเนินงานของพรรคในรอบปี2568รวมไปถึง การรับรองงบการเงิน ประจําปี 2568   ตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พรป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560  โดยไม่มีการแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรค แทนนายวีระพงษ์  ประภา ที่ลาออกไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทยในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยใช้เวลาการประชุมนานราว 2 ชั่วโมง โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวหลังการประชุมว่า เป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคที่ประหยัดเงินและเวลาในการเดินทางได้มาก โดยเฉพาะค่าที่พักและค่าเดินทาง