กระทรวง อว. จับมือ กระทรวงพาณิชย์ ระดมแพลตฟอร์มมหาวิทยาลัยและอุทยานวิทยาศาสตร์เพิ่มมูลค่าสินค้า SMEs พร้อมเปิดหลักสูตรสร้างความเข้าใจ “กลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญา”


วันที่ 23 เมษายน ณ ห้องประชุมบูรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมประชุมบูรณาการความร่วมมือระหว่างสองกระทรวง โดยมีปลัดกระทรวงทั้งสองหน่วยงานและคณะผู้บริหารเข้าร่วม เพื่อเชื่อมโยงฐานงานวิจัยและนวัตกรรมเข้ากับกลไกการตลาดระดับโลก


นายยศชนัน เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยสู่ “เศรษฐกิจมูลค่าสูง” (High Value Economy) คือการทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่า “มูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจในโลกยุคใหม่ซ่อนอยู่ในความคิดและนวัตกรรม” ไม่ใช่เพียงแค่ตัวผลิตภัณฑ์ทางกายภาพ ดังนั้น กระทรวง อว. จึงเตรียมเพิ่มความเข้มข้นในการสร้างความรู้ผ่าน หลักสูตรกลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญา (IP Strategy) เพื่อส่งเสริมให้ SMEs และเกษตรกรไทยมี “IP Mindset” สามารถมองเห็นและดึงมูลค่าจากงานวิจัยมาสร้างเป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูงได้


สำหรับการดำเนินงานแบ่งเป็น 2 ระยะ คือในระยะเร่งด่วน อว. จะระดมแพลตฟอร์มจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยและอุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park) ทั่วประเทศ เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและหลักสูตร IP Strategy เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและแก้ปัญหาปากท้องอย่างยั่งยืน


ในระยะยาว อว. จะทำหน้าที่เป็น “กองหน้า” ร่วมกับสมาคมวิชาชีพนักจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (AITP) และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ในการคัดกรองงานวิจัยคุณภาพสูง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการจดทะเบียนของกระทรวงพาณิชย์

...


“เป้าหมายของผมคือการทลายกำแพงเรื่องเวลาและความไม่เข้าใจในคุณค่าของไอเดีย หากเราสามารถติดอาวุธทางปัญญาผ่านหลักสูตร IP Strategy ให้ผู้ประกอบการเห็นว่ามูลค่าอยู่ในความคิด และ อว. เข้ามาช่วยเตรียมความพร้อมในส่วนหน้าอย่างเป็นระบบ เราจะสามารถผลักดันให้การจดสิทธิบัตรของทุกผลิตภัณฑ์เสร็จสิ้นได้ภายในเวลาเพียง 1 ปี ซึ่งจะเป็นการพลิกโฉมการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก” นายยศชนัน กล่าว


ด้าน นางศุภจี ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมรับลูกต่อเพื่อนำกลไกการตลาดมาเชื่อมต่อกับงานวิจัยของ อว. ผ่าน 4 มิติหลัก คือการยกระดับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ท้องถิ่น, การสร้างระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ (IP Finance), การเปลี่ยนงานวิจัยบนหิ้งสู่สินค้าส่งออก และการพัฒนาระบบข้อมูล (Data) เพื่อผู้ประกอบการ โดยจะทำงานร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และกระทรวงการคลัง เพื่อปลดล็อกให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถนำสิทธิบัตรหรือทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงินได้จริง สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม