“กรณ์ จาติกวณิช” สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้า ปชป. จี้รัฐเร่งจัดการอดีต รมช.คลัง โยงฟอกเงินให้สแกมเมอร์ จี้ “เอกนิติ” เชือดประธาน ก.ล.ต. หลังถูกกล่าวหาพันทุนสีเทา 


เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันและปราบกลุ่มทุนสีเทาว่า ตนเกาะติดเรื่องการปราบกลุ่มทุนเทามาแต่ต้น เคยชี้ให้เห็นว่าขบวนการฟอกเงินที่กัดกินระบบตลาดทุนไทยและได้สอบถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ล่าสุด ปปง. ได้ยึดอายัดทรัพย์เพิ่มเติมกว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ “ฟินันเซีย”(Finansia) ที่ถือโดยบริษัท “พิลกริม” (Pilgrim) ซึ่งมีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังรายหนึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง แม้อดีตรัฐมนตรีผู้นี้จะอ้างว่า เป็นการยืมเงินมาซื้อหุ้น แต่ล่าสุด ปปง. วินิจฉัยชัดเจนว่า หุ้นดังกล่าวเป็นของนายเบน สมิธ นายทุนต่างชาติที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์โกงประชาชน ขอถามว่า ก.ล.ต. ได้เร่งสอบสวนว่า เป็นการรายงานเท็จ หรือมีการสมคบคิดช่วยฟอกเงินที่ได้จากการหลอกลวงพี่น้องประชาชนในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ เพราะยังมีคนสำคัญอีกหลายคนที่มีหลักฐานมัดตัว แต่คดีกลับยังไม่คืบหน้า

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า เรื่องสำคัญคือตัวประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คนปัจจุบัน ในอดีตเคยเป็นปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่เคยลงนาม MOU กับกองทุนของนายเบน สมิธ แม้ MOU นี้จะถูกประกาศยกเลิกไปแล้ว แต่ประธาน ก.ล.ต. คนนี้ถูกกล่าวหาโดย ดีเอสไอและเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาชี้มูลของ ป.ป.ช. ถามรองนายกฯ และรมว.คลัง ว่าคนที่มีมลทินเช่นนี้ยังเหมาะสมที่เป็นประธาน ก.ล.ต. ต่อหรือไม่ และนี่คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้การกำจัดทุนเทาออกจากตลาดทุนไทยล่าช้าใช่หรือไม่ ทั้งนี้ ปัญหาเหล่านี้กระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง แต่รัฐบาลกลับไร้คำตอบหรือการดำเนินการใด ๆ ที่ชัดเจน ตนจะรอดูว่าหลังจากกระทู้สดวันนี้ หากรัฐบาลยังเฉยเมย ฝ่ายค้านจำเป็นต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น เพื่อทวงความรับผิดชอบจากผู้มีอำนาจและปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างถึงที่สุด

...