“ปริญญา” ฟาด ป.ป.ช. แถลงเหตุผล “ศักดิ์สยาม” ไม่จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ฟังไม่ขึ้น แบคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้ขาดไปแล้ว “ศักดิ์สยาม” ใช้นอมินีถือหุ้นแทน “วิโรจน์” ห่วงสังคมไทย ใช้กฎหมายไม่เท่าเทียม
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 เมษายน 2569 รายการนิวส์รูม ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้มาร่วมแสดงความเห็นต่อกรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้ออกแถลงการณ์กรณีมีความเห็นว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไม่มีเจตนาปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีครอบครองหุ้นและห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น
รศ.ปริญญา ระบุว่า คำชี้แจงของ ป.ป.ช. ที่ระบุว่านายศักดิ์สยาม ไม่จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ฟังไม่ขึ้น เพราะบริษัทดังกล่าวในขณะนั้นก็ยังอยู่ในบ้านของผู้ถูกร้อง (นายศักดิ์สยาม) ทั้งนี้ รศ.ปริญญา ยังอ้างถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่านายศ.ถือเป็นนอมินีของนายศักดิ์สยาม เพราะเคยไปลงบิลค่าน้ำมันว่า “ติดตามนาย” ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้วว่า นายศักดิ์สยามใช้นอมินีถือหุ้นแทน “แต่เอกสารชี้แจงของ ป.ป.ช. ทำให้ผมแปลกใจว่า ป.ป.ช. นำเรื่องที่นายศ.ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาอยู่ในการพิจารณาได้อย่างไร ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัยชัดเจนไปแล้ว ที่สำคัญมีการนำมูลค่าหุ้น 119 ล้านบาทที่เป็นคดี แต่มาเคลียร์กันด้วยเงินเพียงแค่ 51 ล้านบาท” รศ.ปริญญา กล่าวและว่า
ยิ่งอ่าน ยิ่งข้องใจ
นอกจากนั้น ป.ป.ช. ไม่ได้บอกว่าก่อนหน้าปี 2562 ที่นายศักดิ์สยามจะเข้ารับตำแหน่ง รมว. คมนาคม บริษัท บุรีเจริญคอนสตรัคชั่นได้งานจากรัฐไปแล้วกี่โครงการ คำอธิบายยิ่งอ่านแล้วยิ่งข้องใจ เอาคำสั่งศาลแพ่งมาปรับให้นายศักดิ์สยามมีบัญชีทรัพย์สินในปัจจุบัน “ผมอยากย้ำว่า เรื่องของการซุกหุ้น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปแล้ว ไม่เชื่อว่า นายศ.มีรายได้ถึงขั้นที่จะมาซื้อหุ้นจำนวนดังกล่าวได้ ซึ่งก็หมายถึงจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินในตัวเองอยู่แล้ว” รศ.ปริญญา กล่าวและว่า ประเด็นสำคัญที่สุดคือการยื่นบัญชีทรัพย์สินจะดูเฉพาะในช่วงที่รับตำแหน่งและพ้นตำแหน่ง ว่าใครเป็นเจ้าของ ไม่ใช่ให้ไปแก้ไขกันย้อนหลัง ดังนั้นคำชี้แจงของ ป.ป.ช. จะเป็นตัวอย่างให้กับรัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่ใช้นอมินีถือหุ้นแทน ว่าคนเหล่านั้นไม่มีเจตนาปกปิดทรัพย์สิน
...
ชี้สร้างบรรทัดฐานไม่ดี
ด้านนายวิโรจน์ ยอมรับว่า ได้อ่านเอกสารชี้แจงของ ป.ป.ช. แล้ว ก็เชื่อว่า จงใจเขียนให้งง เพื่อจะได้ไม่ต้องตอบคำถาม พร้อมย้อนถามว่า สรุปว่าหน่วยงานนี้ เป็น ป.ป.ช. หรือเป็นทนายของนายศักดิ์สยามกันแน่ เพราะคำอธิบายของ ป.ป.ช. ออกมาแบบนี้กลับแย่กว่าเดิม อยากรู้ว่าได้สอบถามนายศ.หรือไม่ ว่าเอาเงินจากที่ไหนมาซื้อหุ้นมากถึง 119.5 ล้านบาท ได้สอบให้สิ้นข้อสงสัยหรือไม่ว่า นายศ.เป็นซีอีโอ ได้รับการยอมรับจากผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ จริงหรือไม่ นายศ.มีข้อพิพาทกับนายศักดิ์สยาม ถึงขั้นกล้าฟ้องนายศักดิ์สยามจริงหรือ หรือเป็นการใช้ศาลสร้างสิ่งที่เป็นคุณให้กับนายศักดิ์สยามเท่านั้น เพราะคำวินิจฉัยของศาล รธน. ไม่ได้สั่งให้นายศ.คืนหุ้น แต่ศาล รธn. วินิจฉัยว่านายศักดิ์สยามใช้นอมินีถือหุ้นแทน ดังนั้นการตัดสินของ ป.ป.ช. ครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ดี สำหรับรัฐมนตรีที่ใช้นอมินีถือหุ้นแทน และเป็นห่วงสังคมไทย เราจะใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียมกันใช่หรือไม่