“สส.อิสริยะ” พรรคประชาชน ตั้งคำถามรัฐออกมาตรการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ยังคลุมเครือ จี้ชี้แจงให้ชัด จะลดการใช้น้ำมัน หรือจะส่งเสริมการผลิตรถยนต์ในประเทศ


วันที่ 23 เมษายน 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายในญัตติเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 ของประเทศไทย โดยกล่าวถึงนโยบายที่รัฐบาลที่กำลังออกมาตรการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ที่อ้างว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสีเขียว 

นายอิสริยะตั้งข้อสังเกตหลายเรื่องต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากเป้าหมายของมาตรการนี้ยังไม่ชัดเจนว่าต้องการทำอะไรกันแน่ ระหว่างการลดการใช้น้ำมัน หรือการส่งเสริมรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ

1. ไม่ควรนับรวมรถเก๋งส่วนบุคคลเข้ามาในมาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ เหตุผลเป็นเพราะตลาดรถนั่งส่วนบุคคล BEV (ไม่ใช้น้ำมันเลย) และ HEV (ใช้น้ำมันน้อยลง) กลไกตลาดกำลังทำงานเต็มที่แล้ว ดังจะเห็นได้จากยอดจองรถยนต์ BEV ของงานมอเตอร์โชว์ 2026 มีสัดส่วนราว 60% ของยอดจองรถยนต์ทั้งหมด

มาตรการส่งเสริมรถยนต์ EV ของรัฐบาลไทยในยุคแรกๆ อาจมีส่วนช่วยปลุกกระแสรถยนต์ EV ในบ้านเรา ในยุคที่รถยนต์ EV ยังมีราคาสูง การให้ส่วนลด 1-1.5 แสนบาทต่อคันช่วยให้ผู้บริโภคยุคแรกๆ เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ช่วยเริ่มต้นอุตสาหกรรม EV ได้ดี แต่ปัจจุบันเมื่อกลไกตลาดทำงาน รถยนต์ EV ราคาลงมาเหลือระดับ 4-5 แสนบาท รัฐไม่จำเป็นต้องเข้าไปช่วยอุดหนุนอีกแล้ว ควรเอางบประมาณไปส่งเสริมมาตรการอื่น

2. ปัญหาหลักของการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงไทย คือ น้ำมันดีเซล ไม่ใช่เบนซิน ยอดขายเฉลี่ยน้ำมันในไทย ดีเซลอยู่วันละ 81.63 ล้านลิตร เบนซินอยู่ที่ 35.10 ล้านลิตร หรือมากกว่ากันเกือบ 2.3 เท่า ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการลดการใช้น้ำมันดีเซลลง มากกว่าการไปลดเบนซิน

...

ดังนั้น กลุ่มรถยนต์ที่รัฐบาลควรให้ความสนใจคือ รถกระบะ รถบรรทุก รถบัสโดยสาร โดยเปลี่ยนผ่านรถยนต์เหล่านี้ไปสู่การใช้พลังงานอื่นๆ ไม่ใช่ไปสนใจเรื่องรถเก๋ง

3. ในไทยมีรถกระบะเก่าถูกใช้งานเป็นจำนวนมาก รถกระบะในประเทศไทยมีปัญหาเรื่องรถเก่ายังวิ่งอยู่ตามท้องถนน แถมรถกระบะจำนวนมากไม่ต่อภาษี รถเก่าเหล่านี้มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูง มีการปล่อย CO2 ในระดับสูง มีปัญหาควันดำแบบเห็นได้ชัดเจน

สถิติของกรมการขนส่งทางบก รถยนต์ส่วนบุคคลที่ไม่ผ่านการตรวจสภาพประจำปีมีเพียง 0.71% ในขณะที่รถกระบะมีอัตราตรวจไม่ผ่านสูงกว่าคือ 2.51% 

รัฐบาลควรโฟกัสไปที่รถกระบะเก่ากลุ่มนี้ เพื่อยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัวคือ ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง, ลดการปล่อยคาร์บอน, ลดการปล่อยควันดำ ไปพร้อมกัน

นายอิสริยะ กล่าวว่า แม้ในท้องตลาดเริ่มมีกระบะไฟฟ้าออกมาวางขายบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเทคนิคอีกหลายอย่าง ทั้งเรื่องน้ำหนักบรรทุกที่น้อย เพราะรถกระบะต้องแบกน้ำหนักแบตเตอรี่ด้วย, ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จที่ยังแพ้รถน้ำมัน, ระยะเวลาในการชาร์จที่ช้า รวมถึงราคาที่ยังแพงกว่ากระบะน้ำมันดีเซลแบบดั้งเดิมมาก กระบะดีเซลราคาเริ่มประมาณ 5-6 แสนบาท ในขณะที่กระบะไฟฟ้าราคาสูงกว่า 1 ล้านบาท

จึงไม่น่าแปลกใจที่ยอดจดทะเบียนรถ BEV ใหม่ในเดือนมีนาคม 2569 มีรถกระบะ รถเมล์ รถบรรทุกที่เป็นไฟฟ้าล้วนเพียง 71 คัน ในขณะที่รถนั่ง รถเก๋งส่วนบุคคล สูงถึง 26,000 คัน

4. รัฐควรจูงใจให้เปลี่ยนกระบะเป็นรุ่นใหม่ขึ้น เมื่อกระบะไฟฟ้าล้วนยังไม่พร้อม ตนขอเสนอแนวทางที่เป็นไปได้ 3 แบบ โดยรัฐควรออกมาตรการจูงใจเพิ่มเงินอุดหนุนจากน้อยไปมาก

 รถกระบะดีเซลเก่า แลกกระบะดีเซลใหม่ - แม้ยังเป็นรถดีเซลเหมือนเดิม แต่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยลงจากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ใหม่ขึ้น ลดการปล่อยคาร์บอนลง

รถกระบะดีเซลเก่า แลกกระบะ HEV - กระบะไฮบริด เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เบนซินผสมไฟฟ้า ลดการใช้ดีเซลลง เป็นแนวทางรอมชอมตรงกลาง ระหว่างน้ำมันล้วน กับไฟฟ้าล้วน

รถกระบะดีเซลเก่า แลกกระบะ BEV - กระบะไฟฟ้าล้วน ไม่เปลืองน้ำมัน ไม่ปล่อย CO2 และมลพิษ