“อภิสิทธิ์” ชี้ ออก พ.ร.ก.กู้เงิน แก้ปัญหาปลายทาง เชื่อลดค่าการกลั่นได้อีก จะช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนได้ แนะ “เก็บภาษีลาภลอย” หวังประชุม กบง. พรุ่งนี้มีข่าวดี
วันที่ 22 เมษายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่รัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน ว่า ตนเองยังรอฟังคำชี้แจงจากรัฐบาลถึงความตั้งใจการใช้จ่ายเงิน ว่าเรื่องอะไรแต่แนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังนำเสนอมาตลอดอยากให้รัฐบาลบริหารจัดการต้นทุนให้มากที่สุดก่อน ซึ่งขณะนี้ยังมีภาษีสรรพสามิต ไม่ว่าจะเป็นค่าการกลั่นซึ่งสามารถลดลงได้อีกมากพอสมควร มาช่วยต้นทุนก่อน ยิ่งรัฐบาลช่วยได้มากเท่าไหร่ ความจำเป็นที่จะใช้เงินดูแลปลายทางก็จะน้อยลง ซึ่งคิดว่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่าสำหรับทุกฝ่ายเพราะหากใช้การกู้เงินมาแล้วพยายามช่วยเหลือก็จะเกิดประเด็นอีกว่าช่วยเหลือกลุ่มไหน ช่วยอย่างไร แต่หากลดค่าการกลั่นลงมาได้อีก 5 บาท จะช่วยได้ทุกคน จึงขออย่าไปมองว่าช่วยได้เฉพาะคนที่ใช้น้ำมัน แต่เป็นการช่วยประชาชนจากต้นทุนการขนส่งที่ลดลงด้วย แต่การที่ไม่พยายามทำตรงนี้และหวังไปช่วยปลายทางซึ่งแม้จะยอมตัดภาษีสรรพสามิตก็จะกลายเป็นการเสียน้อยเสียยาก แต่ก็เข้าใจได้ว่าในสถานะการคลังตอนนี้การจะขยายเพดานหนี้สาธารณะอาจจะเป็นเรื่องที่จำเป็นจึงอยากฟังว่าหากเป็นเช่นนั้นแล้วรัฐบาลต้องมีแผนชัดเจนพอสมควรว่าจะไม่ให้ลุกลามบานปลายไปขยายไปเรื่อยหรือแนวทางอย่างไรที่จะทำให้มีรายได้กลับเข้ามา
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวว่าตนเองเจอนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็ยืนยันไปว่า หากเดือนมีนาคมลดมา 2 บาทในขณะที่ค่าการกลั่น 7-8 บาท แล้วเดือนเมษายน ขยับขึ้นมา 15 บาท จึงอยากให้เร่งทำ เพราะตอนนี้รัฐบาลไปรอดูราคาเฉลี่ยแล้วมาเก็บ ซึ่งใจเราอยากให้มีการทำระบบเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษที่เรียกว่า “ภาษีลาภลอย” ในสถานการณ์แบบนี้แล้วให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง อย่างเดือนเมษายนก็ผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว ซึ่งได้มา 14-15 บาท หากเก็บตั้งแต่ต้นเดือนอาจจะช่วยได้เยอะ
...
นายอภิสิทธิ์ได้ยกตัวอย่างว่าราคาน้ำมันดีเซลตอนนี้ อยู่ที่ลิตรละ 42 บาท หากลดภาษีสรรพสามิตไป 6 บาท เก็บค่าการกลั่นอีก 5 บาท ราคาน้ำมันก็เกือบจะกลับไปอยู่ที่ 30 บาท แต่พอปล่อยราคาน้ำมัน ทำให้ราคาสินค้าปรับขึ้นราคาไป แต่เมื่อน้ำมันปรับราคาลดลงรัฐบาลก็ต้องดูให้สินค้าราคาลดลงตาม พรรคประชาธิปัตย์จึงอยากให้รัฐบาลบริหารต้นทุนให้เร็วที่สุด เพื่อจะช่วยลดภาระรัฐบาล ไปช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
การประชุมนโยบายคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในวันพรุ่งนี้ จะมีข่าวดีออกมาหรือไม่ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะนำเอาข้อเสนอแนะที่ตนเองเสนอไปพิจารณาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังเชื่อว่ากระทรวงพลังงานลดราคาลงมาได้อยู่แล้ว เพราะรัฐมนตรีก็พูดเป็นหลักการว่าที่เก็บ 2 บาท สัมพันธ์กับตัวเลขเดือนมีนาคม แต่พอเดือนเมษายน ราคาขยับสูงขึ้นก็ต้องปรับตาม แต่ยังติดปัญหาการคำนวณพรีเมี่ยมวอลล์หรือต้นทุนที่สูงขึ้นมา ซึ่งอาจมีการโต้แย้งกันระหว่างตัวเลขที่เอกชนรับมากับตัวเลขที่เป็นความจริง แต่ตนยังเชื่อว่าค่าการกลั่น 5 บาท ยังเก็บได้สบาย