“สีหศักดิ์” เตรียมหารือประธานาธิบดีเมียนมา ยกปัญหาฝุ่นเป็นเรื่องเร่งด่วน ย้ำต้องร่วมกันแก้ไขทั้ง 3 ประเทศ ไทย-เมียนมา-ลาว หวังการสู้รบในเมียนมายุติ ไม่กระทบไทย 


วันที่ 22 เมษายน 2569 ณ โรงแรม Jasmine Hotels&Resort กรุงเนปยีดอ เมียนมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ ว่า การเดินทางมาครั้งนี้มี 3 วัตถุประสงค์หลัก คือ แสดงความยินดีที่เมียนมาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของเมียนมา และเป็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการสันติภาพและความปรองดอง การพูดคุยของกลุ่มต่างๆ ในเมียนมา ไทยต้องการเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมา และเราเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมา


นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดบทใหม่ในความสัมพันธ์ ซึ่งไทยอยากจะมีความร่วมมือในเรื่องของความมั่นคงด้านชายแดน การปราบปรามกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะสแกมเมอร์ และเรื่องยาเสพติดที่ทะลักเข้ามาไทยมากขึ้น รวมถึงเรื่องมลภาวะ ไม่ว่าจะเป็นในน้ำหรือในอากาศ ก็อยากจะร่วมมือกัน และที่สำคัญคือการเปิดการค้าชายแดนอีกครั้ง เพราะมีความสำคัญกับทั้งสองประเทศ ซึ่งการค้าชายแดนเป็น 80% ของการค้าทั้งหมดที่ไทยมีกับเมียนมา


นายสีหศักดิ์ ยังย้ำว่า ไทยต้องการให้เมียนมากลับเข้าสู่อาเซียน และมีนโยบายที่สำคัญที่เรียกว่า ปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อนำเขากลับสู่อาเซียน โดยอาเซียนมีฉันทมติ 5 ข้อ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการปฏิบัติ ซึ่งไทยก็อยากมีบทบาทนำในเรื่องนี้ แต่การที่เมียนมาจะกลับเข้าสู่อาเซียน เมียนมาจะต้องมีการดำเนินการตอบสนองข้อกังวลของอาเซียนด้วย

...


พร้อมกันนี้ ยังยินดีที่รัฐบาลใหม่ที่เพิ่งจัดตั้งได้มีการประกาศอภัยโทษให้กับนักการเมืองโดยเฉพาะอดีตประธานาธิบดีเมียนมา ซึ่งไทยหวังว่าการดำเนินการแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกต่อไป รวมถึงจะมีการหารือแนวทางลดความรุนแรงตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา เพราะไทยทราบว่าเมียนมามีความต้องการด้านมนุษยธรรมเป็นอย่างมาก ซึ่งไทยก็มองถึงแนวทางที่จะให้อาเซียนและองค์กรระหว่างประเทศเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชน


นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบในเมียนมา ส่งผลให้เครื่องบินรบของเมียนมาทิ้งระเบิดพลาดข้ามมาที่ฝั่งไทย ว่าพยายามอยากให้เมียนมาลดการใช้ความรุนแรงตามแนวชายแดน อยากให้มีการลดระดับการสู้รบ ซึ่งไทยมองว่าหากยุติได้ก็จะดี โดยเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างฝ่ายทหาร ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเยือนของผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทยที่เมียนมา และมีการประชุมระหว่างฝ่ายทหาร เป็นการประชุมระดับสูง โดยครั้งต่อไปฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะมีการพูดคุยในเรื่องของความมั่นคงชายแดน


นายสีหศักดิ์ ยังย้ำอีกว่า วันนี้จะมีการหารือในเรื่องของ PM2.5 ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั้ง 3 ประเทศต้องร่วมกันคือไทย เมียนมา และลาว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง และจะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่มาพูดคุยกับประธานาธิบดีเมียนมาและรองประธานาธิบดีเมียนมา