“อนุทิน” ห่วงประชาชนชายแดนไทย-เมียนมา หลังกระสุนตกฝั่งไทยทำเดือดร้อน เตือนอย่าทำให้บ้านเราได้รับผลกระทบ พยักหน้ารับวางตัวหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
วันที่ 22 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงข้อสั่งการในที่ประชุมเกี่ยวกับการดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะสถานการณ์สู้รบในเมียนมาว่า วันนี้ถือเป็นการประชุมของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีข้อสั่งการหลายอย่าง โดยยอมรับว่า เป็นห่วงในทุกเรื่อง
ส่วนที่ประชาชนไทยได้รับความเดือดร้อนจากกระสุนที่ตกข้ามแดนมาฝั่งไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ได้มีการดำเนินการทุกวิถีทาง ทั้งเรื่องทางการทูตและการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน จึงต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งเขายืนยันว่าเป็นการสู้รบ ไม่ได้มีเจตนารุกล้ำข้ามมาฝั่งไทย โดยเราไม่ได้ยอม หากจะสู้รบก็สู้รบในส่วนของเขา อย่าให้บ้านเราได้รับผลกระทบ
ขณะที่การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะมีการหารือในการตั้งคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้หรือไม่ เนื่องจากในรัฐบาลนี้ยังไม่มี นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน
เมื่อถามว่า ได้วางตัวผู้ที่จะเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยไว้แล้วหรือไม่ นายอนุทิน ได้พยักหน้า และตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ครับ” ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าเป็นใคร นายอนุทิน ได้ตอบว่า ประชุมให้เสร็จก่อน
ส่วนที่มีการกดดันให้เปลี่ยนตัว ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า (ผอ.รมน. ภาค 4 สน.) ที่ไม่ต้องให้แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นโดยตำแหน่ง หรือไม่ ซึ่งนายอนุทิน ฟัง แต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody’s ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจาก “เชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” และคงอันดับความน่าเชื่อถือไว้ที่ระดับ Baa1 มองว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ว่า “แล้วมันไม่ดีตรงไหน”
...
เมื่อถามว่าการปรับอันดับที่ดีขึ้นสะท้อนให้เห็นอะไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า แสดงให้เห็นว่าพื้นฐานของประเทศไทย ยังมีความแข็งแกร่ง ดังนั้นเราต้องเสริมความแข็งแกร่งนี้ขึ้นไป การที่เขาจัดลำดับดีขึ้นมา ทำให้เรื่องของการลงทุนจากต่างประเทศ ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศในทุกมิติจะทำให้มีผลที่ดีขึ้น