“สาทิตย์” เผย พรรคประชาชนตามติดคดี “ศักดิ์สยาม” หลัง ป.ป.ช. ยกคำร้อง ย้ำ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร รอฝ่ายกฎหมายพรรคสรุปผล จะดำเนินการอย่างไรต่อ


วันที่ 21 เมษายน 2569 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยหลังการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่า ที่ประชุม สส. ได้ยกหลายเหตุการณ์ในบ้านเมืองมาพูดคุยกัน ที่สังคมให้ความสนใจคือกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติยกคำร้อง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของบริษัทที่อาจจะมีประเด็นเรื่องของผลประโยชน์ขัดกัน 

ทั้งนี้ การยกคำร้องของ ป.ป.ช. นั้น เป็นการสวนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีเดียวกันนี้ ซึ่งในคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ ได้ชี้ว่า นายศักดิ์สยาม ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี โดยมีการพิสูจน์ให้เห็นถึงเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ แต่เมื่อ ป.ป.ช. มีการยกคำร้องที่สวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้นว่า กรณีที่มีการยกคำร้องนี้มีประเด็นที่น่าสงสัยหรือไม่ อย่างไร  

นายสาทิตย์ กล่าวต่อไปว่า ในที่ประชุมวันนี้ได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางไปใน 2 ทาง คือ ตั้งข้อสังเกตถึงคำวินิจฉัยหรือมติของ ป.ป.ช. ที่สวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญได้มีหลักไว้ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะต้องผูกพันทุกองค์กร อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญมากไปกว่านั้น คือประเด็นรายละเอียดของคำร้องในคดีนี้ ซึ่ง ป.ป.ช. ยกไปนั้น เพราะเรื่องนี้มีประเด็นความเกี่ยวข้องกับเรื่องของผลประโยชน์ขัดกันของความเป็นรัฐมนตรีด้วย 

...

ที่ประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือกันแล้วมีมติว่า ให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคไปรวบรวมรายละเอียดของประเด็นในเรื่องของคดีนี้ตั้งแต่ต้น และให้สรุปภายในเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อที่ประชุม สส. จะได้มากำหนดท่าทีต่อไปว่าพรรคควรที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ทางกฎหมายอย่างใดหรือไม่ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นโดย ป.ป.ช. เองก็ดี หรือจะไปที่นายศักดิ์สยามก็ดี

โดยคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคชุดใหญ่ จะหยิบยกประเด็นรายละเอียดของข้อมูลทั้งหลายมาดูรายละเอียดกันอีกครั้งหนึ่ง ยืนยันว่าเรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์จะต้องดำเนินการในฐานะที่เป็นพรรคที่ยึดเรื่องการเมืองสุจริต และถ้ามีประเด็นใดที่เกี่ยวข้อง สังคมให้ความสนใจ เป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองซึ่งไม่สุจริต และเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่า จะเกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็จะเป็นหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน เป็นฝ่ายตรวจสอบ เป็นฝ่ายที่เดินแนวทางการเมืองสุจริต จะต้องดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป พร้อมย้ำว่าพรรคไม่ได้วางเฉยต่อเรื่องนี้ ขอให้ติดตามกันต่อไปว่า ฝ่ายกฎหมายพรรคเสนอที่ประชุม สส. แล้วจะมีมติดำเนินการอย่างไร หรือไม่ต่อไป.