คปท. จี้รัฐบาลยกเลิก MOU 43-44 ผลักดันค่าครองชีพ ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจและกระบวนการยุติธรรม เร่งแก้วิกฤตพลังงาน ด้าน “รัชดา” รับหนังสือ ยันรัฐบาลทำทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์ ลั่น ไม่มีกาสิโนแน่นอน


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 เมษายน 2569  กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ชัยมงคล และ นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่ม คปท. พร้อมด้วยสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) รวมตัวกันมายื่นข้อเรียกร้อง “วาระประชาชน” ต่อนโยบายรัฐบาล ประกอบด้วย ยกเลิก MOU 2543 - 2544 ทันที, ผลักดันลดค่าครองชีพ, เร่งปฏิรูประบบรัฐวิสาหกิจของประเทศ, ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ปัญหาภาวะวิกฤตพลังงานโลกและไทย

นายพิชิต กล่าวตอนหนึ่งว่า หลังจากรัฐบาลมาแถลงนโยบาย พวกเราภาคประชาชน คปท. จะยื่นข้อเสนอเพื่อเป็นทิศทางในการบริหารประเทศ ทั้งเรื่องการปรับโครงสร้างราคาพลังงานที่มีการเรียกร้องกันมาก่อนหน้านี้ รวมถึงการปรับค่าครองชีพของพี่น้องแรงงาน ค่าน้ำมันปรับสูงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น สินค้าราคาสูงขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายพี่น้องแรงงานเพิ่มขึ้นตาม ดังนั้น ควรปรับค่าแรงให้สูงขึ้นตามไปด้วย 

รวมถึงเรื่อง MOU 2543 - 2544 ซึ่งขณะนี้มีความชัดเจนเฉพาะ MOU 2544 ที่บอกว่าจะยกเลิก แต่ที่สำคัญคือ MOU 2543 ซึ่งเกิดก่อนเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา วันนี้กองทัพไทยสถาปนาพื้นที่คืนประเทศไทยเป็นจำนวนมาก หากรัฐบาลยังยึดกรอบ MOU 2543 เท่ากับยึดกรอบมาที่เดิม เพราะมีกรอบในการยึดพื้นที่ 1:200,000 แต่กองทัพไทยที่ทำการสถาปนาพื้นที่ออกไป เขาใช้พื้นที่ 1:50,000 ดังนั้น ไทยมีสิทธิ์ยกเลิก MOU 2543 - 2544 โดยทันทีตามที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้

...

ขณะเดียวกันหลังจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พักโทษในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 อาจจะมีอิทธิพลทำให้พรรคเพื่อไทยต่อรองกับพรรคภูมิใจไทยได้ ในการเจรจาเรื่องพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายทักษิณ เคยประกาศไว้ชัดเจนว่าจะพานางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาโดยไม่ติดคุก เงื่อนไขเดียวเท่านั้นที่จะพากลับมาโดยไม่ติดคุก คือการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแบบสุดซอย นิรโทษให้กับคดีทุจริตคอร์รัปชันด้วย ตนคิดว่าจะเป็นเรื่องเดิมที่ คปท. และองค์การต่างๆ ต้องออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งในวันนี้รัฐบาลยืนยันว่า หากเดินหน้าสถานบันเทิงครบวงจรจะไม่รวมกาสิโนเข้าไปด้วย ซึ่งก็ตรงกับข้อเรียกร้องของเรามาโดยตลอด จึงมายื่นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลว่า หากในอนาคตบริหารราชการแผ่นดินตามฐานความห่วงใยนี้ ไม่ปฏิบัตินโยบายสายล่อฟ้า จะทำให้บริหารได้ครบ 4 ปีเต็ม

ทั้งนี้ เราก็ห่วงใยเพราะพรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แถลงนโยบายต่อรัฐสภาก็แถลงอีกประเด็นหนึ่ง แต่เมื่อมาปฏิบัติจริงก็ทำนโยบายที่ไม่เคยแถลงต่อรัฐสภาด้วยซ้ำ แต่วันนี้รัฐบาลเป็นสูตรผสมที่มีแกนนำพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็เกรงว่าอาจมีการลักลั่นทำนโยบายที่ไม่ได้แถลงในสภาฯ เป็นนโยบายสายล่อฟ้าให้กับสังคมไทยได้

ส่วนกรณีที่รัฐบาลจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท นายพิชิต กล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลต้องชี้แจง เพราะสังคมตั้งข้อสงสัยจำนวนมาก อยู่ดีๆ รัฐบาลก็มาแถลงเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน สส. ก็ตกใจ ก่อนหน้านี้จะมีการเรียกเก็บภาษีตราที่สูงขึ้น แต่คนที่เลี่ยงภาษีมาโดยตลอดโดยส่วนใหญ่คือนักการเมือง และมีการบังคับใช้เก็บภาษีแล้วหรือไม่ หรือแม้แต่เงินที่ต้องยึดคืนจากนักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ใช่มาผลักภาระให้กับประชาชนด้วยการกู้เงินเพิ่มมากขึ้น หรือเก็บภาษีมากขึ้น เหมือนการผลักภาระให้ประชาชนรับผิดชอบฝ่ายเดียว 

ดังนั้น เวทีของสภาฯ ก็มีความจำเป็นที่รัฐบาลต้องอธิบายเรื่องนี้ให้ประชาชนได้รับทราบ และบางครั้งคนในคณะรัฐมนตรีก็พูดไม่ตรงกัน ข้อมูลในส่วนนี้ยังมีความสับสน อยากให้รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีออกมาอธิบายถึงความจำเป็นในการเร่งมาตรการแบบนี้ ส่วนตัวเราไม่เห็นด้วยอยู่แล้วในการปรับภาระให้กับพี่น้องประชาชนฝ่ายเดียว

ทางด้าน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนมารับยื่นหนังสือ กล่าวว่า ขอบคุณที่นำเสนอข้อมูลห่วงใยแก่รัฐบาล และข้อเรียกร้องที่ได้ยื่นมาสะท้อนผ่านช่องทางต่างๆ ขอยืนยันว่ารัฐบาลเรารับทราบ ซึ่งบางประเด็นเรากำลังดำเนินการอยู่ และเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนเราจะยืนหยัดไปด้วยกัน เรื่องวันนี้ที่ชัดเจนมากๆ คือเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือสถานบันเทิงครบวงจร หากจะมีก็จะเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่จะไม่มีเรื่องกาสิโนอย่างแน่นอน 

ขณะที่เรื่องอื่นตนเองเข้าใจดีว่าเป็นความกังวล อาจจะมีการพบปะกันอีกก็สามารถที่จะทำได้ ขอให้สบายใจว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำทุกอย่างจะต้องเป็นประโยชน์ หากไม่สามารถทำได้ทันทีก็ต้องมีคำอธิบาย เพราะเป็นรัฐบาลของประชาชน เราต้องทำงานร่วมกับประชาชน และเครือข่ายภาคประชาสังคมที่เป็นกำลังสำคัญในการสะท้อนเสียงของคนไทยที่ผ่านมา.