“อนุทิน” ติดตามภารกิจดับไฟป่าที่วัดพระธาตุดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุ่มเทเสียสละ เสี่ยงอันตรายปฏิบัติภารกิจ ย้ำ ต้องไม่เสี่ยงชีวิต ลั่น ไม่สามารถเสียกำลังพลคนใดไปได้
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 20 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะลงพื้นที่ติดตามภารกิจดับไฟป่า ที่วัดพระธาตุดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ตามแนวคิด “ป่าเปียก” (Wet Fire Break) และติดตามการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ขนาดใหญ่ สำรวจและดับไฟป่าในพื้นที่ พร้อมทั้งให้กำลังใจและพบปะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการควบคุมไฟป่าพื้นที่ดอยสะเก็ด โดยมีคณะรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการร่วมลงพื้นที่
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต้องเน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตามในนามของรัฐบาลต้องขอขอบคุณทุกท่านในที่นี้ ในความเสียสละของทุกท่าน เพราะสิ่งที่ทุกท่านได้ทำมีคุณค่ามากสำหรับพี่น้องประชาชน เราต้องเสี่ยงทั้งภัย ทั้งความร้อน ระบบทางเดินหายใจ บางคนต้องสำลักควัน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เราได้รับรายงานมาโดยตลอด ด้วยความอึดอัดใจและไม่สบายใจ ต้องหาวิถีทางทำทุกอย่างที่จะทำให้ปัญหาเหล่านี้ได้หมดไป วันนี้จึงตั้งใจขึ้นมาให้กำลังใจและติดตามการทำงาน มาคิด มารับฟัง เพื่อแก้ปัญหาให้กับทุกคน เพราะการที่อยู่หน้างานจริงๆ มันยากมาก มันเหนื่อยมาก พวกเราทุกคนเชื่อมั่นและชื่นชมทุกท่าน
...
“ทุกท่านทุกคนคือด่านหน้าในการดูแลป่า ดูแลสภาพอากาศให้กับคนไทยทั้งประเทศ ทำงานด้วยความท้าทาย เสี่ยงอันตราย ทุ่มเททำงานเสียสละ ซึ่งคณะรัฐมนตรีทุกคนมุ่งมั่นในการทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการทำงานของทุกท่านให้ได้ ในตอนนี้เราได้สั่งการให้ดำเนินการอย่างเข้มงวดในการป้องกันไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทั้งการงดการซื้อสินค้าที่การผลิตเกี่ยวข้องกับการเผา การห้ามเข้าพื้นที่ป่าโดยเด็ดขาด ทำทุกวิถีทางทั้งภูมิปัญญาชาวบ้าน และเทคโนโลยีระดับสูงเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมุ่งเน้นมาตรการป้องกันเหตุในอนาคต แม้เราชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่เราสามารถลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้คนที่มาซ้ำเติมให้ได้ ทั้งตำรวจ ทหาร ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น พวกเราทุกคนต้องช่วยกันลดภาวะนี้ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเคร่งครัด”
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมโดยยืนยันว่า รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีทุกคนจะดำเนินการทุกวิถีทางที่จะทำให้ความปลอดภัยและสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีเกิดขึ้นกับพื้นที่ กับภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเหนือตอนบนให้มากที่สุด แม้ว่าอีก 2 เดือนจะเข้าสู่ฤดูฝนแล้วก็ตาม แต่เราจะรอไม่ได้ เพราะหลังจากที่ตนได้สุ่มลงพื้นที่ไปตรวจราชการที่ จ.เชียงราย พบว่าไม่มีนักท่องเที่ยวเลย สนามบินว่าง โล่ง ทำให้เราเสียโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนจากการท่องเที่ยวไปอย่างมาก แล้วหลังจากพ้นภัยฝุ่น เราก็ต้องเจอน้ำท่วมอีก จึงมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็น Single Command บริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัด
ทั้งนี้ ในการปฏิบัติงานต้องระมัดระวังตนเองด้วย เสี่ยงอย่างไรต้องไม่เสี่ยงชีวิต ต้องช่วยกันระดมสมองระดมความคิด โดยมีนายอำเภอเป็นผู้นำในการระดมความคิด หากพบว่าเป็นจุดความร้อนที่มีอันตรายสูงมากก็ต้องหาวิธีที่เหมาะสมในการลดผลกระทบจากความรุนแรง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามอย่างใกล้ชิด “ผมไม่สามารถเสียกำลังพลคนใดไปได้แม้แต่คนเดียว” ขอให้ใช้ดุลยพินิจและระมัดระวังสูงสุด ในการแก้ไขสถานการณ์ เพื่อประโยชน์สาธารณะให้มากที่สุด
โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นำโครงข่ายวิทยุสื่อสารดิจิทัลเพื่อการบังคับบัญชา ถ่ายทอดกำลังใจและสร้างการรับรู้สื่อสารข้อสั่งการและนโยบายไปยังหอกระจายข่าว/เสียงตามสายหมู่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือ รวม 196 อำเภอ 1,559 ตำบล 14,496 หมู่บ้าน
สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้มีรัฐมนตรีประกอบด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี (ประธานคณะกรรมการแก้ปัญหาสาธารณภัยภาคเหนือ) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวปิยรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงผู้บริหารระดับสูง อาทิ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมด้วย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังย้ำถึงการเตรียมความพร้อมอุปกรณ์อื่นๆ ต้องพร้อมใช้จริง และเพียงพอต่อการทำงานในพื้นที่ หากตรงไหนยังขาดหรือยังติดขัด ให้บอกโดยพร้อมสนับสนุนดำเนินการให้ และอยากให้ทุกคนมั่นใจว่าสิ่งที่ทุกคนทำไม่ได้สูญเปล่า ทุกก้าวที่เดินเข้าไปดับไฟ คือ การช่วยลดความสูญเสียของประเทศ ช่วยปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและปกป้องสุขภาพของประชาชนทุกคน ขณะเดียวกันความปลอดภัยของทุกคนก็เป็นเรื่องสำคัญ
รัฐมนตรีทุกคนที่มาในวันนี้จะดำเนินการทุกวิถีทางที่จะทำให้ความปลอดภัยและสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีเกิดขึ้นกับภูมิภาค ภาคเหนือให้ได้มากที่สุด แม้ปีหน้าจุดความร้อนและฝุ่นจะไม่ลดลงเป็น 0 ทั้งหมด แต่คาดว่าจะลดลงมาได้เป็นลำดับๆ โดยเชื่อว่าด้วยความร่วมมือของทุกคนเราสามารถทำได้ พร้อมขอเป็นขวัญกำลังใจให้ทุกคน และอวยพรให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา ความดีของทุกคนจะคุ้มครองให้ทุกคนและครอบครัวมีความสุข และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน เราจะอยู่เคียงข้างกันไม่ทิ้งกัน