พรรครวมใจไทยจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 69 ที่โคราช “บุญรวี” ย้ำสนับสนุนรัฐบาลผลักดันนโยบายได้มากกว่าเดิม จ่อดันนโยบายเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 สิบล้านบาท งวดปีใหม่ 100 ล้าน


วันที่ 19 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมสัมมนาสบายแกรนด์ โรงแรมสบายโฮเทล อ.เมือง จ.นครราชสีมา พรรครวมใจไทยจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายบุญรวี ยมจินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย เป็นประธานการประชุม โดยมีกรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรค และสมาชิกพรรคคนสำคัญเข้าร่วม รวม 291 คน อาทิ นายวีรวัฒน์ ยมจินดา ประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ นายชาตรี ไทยทัต รองหัวหน้าพรรคฯ นายบุญเลิศ คงเจริญ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ รศ.ดร.พัฒน์ศิณ สำเริงรัมย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ และ ผศ.ดร.รชพล ศรีขาวรส ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค โดยมีทางเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมา ร่วมสังเกตการณ์ 

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้รับรองการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 การพิจารณาการดำเนินกิจกรรมการเมืองของพรรคในรอบปีที่ผ่านมา การพิจารณารับรองงบการเงินปี 2568 การพิจารณาเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคทดแทนตำแหน่งเดิมที่ว่างลง และการพิจารณาเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่พรรคเพื่อความสะดวกในการติดต่อประสานงาน จากเดิมตั้งอยู่ที่ 44/557 หมู่ 10 ซอยนวมินทร์ 88 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ย้ายที่ทำการใหม่ไปตั้งอยู่ที่ 111/37 ถนนรามอินทรา 40 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ

...

นายบุญรวี เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า พรรครวมใจไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2566 โดยการเลือกตั้งครั้งล่าสุดได้คะแนนบัญชีรายชื่อมากกว่า 4 แสนคะแนน เป็นคะแนนบริสุทธิ์ที่พี่น้องประชาชนให้มา ขณะนี้พรรครวมใจไทยได้ทำตามนโยบายสำเร็จแล้วในเดือนนี้ คือนโยบายการจ่ายเงินเดือนข้าราชการเป็นสัปดาห์ 

ส่วนนโยบายที่พรรคของเราจะผลักดันต่อไปก็คือ นโยบายเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล เช่น รางวัลเลขท้าย 2 ตัว จากเดิมรางวัลละ 2,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 5,000 บาท รางวัลเลขท้าย 3 ตัว จากเดิมรางวัลละ 4,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 บาท และรางวัลที่ 1 จากเดิมรางวัลละ 6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านบาท และหากเป็นงวดประจำปีใหม่ของแต่ละปี ก็จะเพิ่มเงินรางวัลเป็น 100 ล้านบาท ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้เป็นการมอมเมาประชาชน แต่เป็นนโยบายที่เป็นเครื่องมือในการลดการขายสลากเกินราคา และปัญหาหวยใต้ดิน.

ส่วนกรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลอนุทิน จะอยู่ได้ไม่ครบวาระ 4 ปีนั้น ถ้าคิดตามหลักคณิตศาสตร์แล้ว รัฐบาลอนุทินมีเสียงท่วมท้น ถึงแม้พรรคเล็กที่มี 25 เสียงถอนตัวออกไปก็ไม่มีผลกระทบอะไรต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ตนในฐานะวิปพรรคเล็กที่ร่วมรัฐบาล เชื่อว่าทุกพรรคจะอยู่ร่วมกับรัฐบาลอย่างเป็นปึกแผ่น และจะไม่มีใครถอนตัวหรือเป็นงูเห่า เพราะการเป็นฝ่ายค้านทำงานยาก เป็นพรรคร่วมรัฐบาลยังสามารถผลักดันนโยบายของพรรคไปสู่การปฏิบัติได้ ตนจึงมั่นใจว่ารัฐบาลอนุทินจะอยู่ครบวาระ 4 ปี ยกเว้นประชาชนจะไม่ให้การสนับสนุน ถึงแม้เสียงรัฐบาลจะมากขนาดไหนก็อยู่ไม่ได้