พรรคชาติไทยพัฒนา จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่ จ.สุพรรณบุรี “กัญจนา” ย้ำ “วราวุธ” เป็น รมว.อุตสาหกรรม รับใช้ประชาชนได้มากกว่าเดิม ย้ำ เป็นพรรคพี่พรรคน้องกับภูมิใจไทย


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 เมษายน 2569 ที่โรงแรมสองพันบุรี อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี มีการประชุมใหญ่สามัญพรรคชาติไทยพัฒนา ครั้งที่ 2/2569 โดยมี น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เป็นประธาน โดยมีแกนนำพรรคและสมาชิกพรรคคนสำคัญเข้าร่วม อาทิ นายจองชัย เที่ยงธรรม อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง, นายธีระ วงศ์สมุทร ที่ปรึกษาพรรคและประธานคณะกรรมการกิจการของพรรค และนายสมชาย สุจิตต์ หัวหน้าสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา 

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้รับทราบการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจำปี 2569, การดำเนินการตามแผนงานและโครงการที่ได้รับการอุดหนุนจากกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง ประจำปี 2568, แผนหรือโครงการที่จะดำเนินกิจกรรมตามมาตรา 23 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ประจำปี 2569, แผนงานและโครงการที่ได้รับการอุดหนุนจากกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง ประจำปี 2569 และได้มีมติเห็นชอบงบการเงินประจำปี 2568, และรายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปี 2568

...

น.ส.กัญจนา กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่ง ว่า การเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว มีการตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มีโอกาสทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน ที่น่ายินดีคือ นายนิกร จำนง อดีตสมาชิกเก่าแก่ของพรรคได้มีโอกาสเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยด้วย 

ทั้งนี้ อยากบอกคนสุพรรณบุรีว่า นายวราวุธ และอดีต สส.ของพรรคชาติไทยพัฒนา ย้ายไปพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา อาจจะเกิดความไม่เข้าใจและตำหนิว่าย้ายพรรค ขอบอกว่าถ้านายวราวุธ และน้องๆ ไม่ย้ายไป ในวันนี้อย่าว่าแต่เป็นรัฐมนตรีเลย นายวราวุธจะได้เป็น สส.หรือไม่ ยังไม่รู้ โอกาสจะรับใช้ประชาชนคงน้อยลง บางคนพูดสวยหรูว่าอยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ ก็เป็นแค่คำพูด แต่ความเป็นจริงการมีตำแหน่งทางการเมือง มีศักยภาพในการรับใช้ประชาชนสูงกว่ามาก ยิ่งได้เป็นรัฐมนตรี จะดูแลพี่น้องได้มากกว่าเป็น สส. การที่พวกเขาย้ายไปพรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคใหญ่และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้มีเครือข่ายประสานงานในกระทรวงต่างๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ใส่เสื้อสีไหนไม่สำคัญเท่าได้ทำงานเพื่อประชาชน

“การใส่เสื้อสีอะไร ไม่สำคัญเท่ากับว่า ใส่สีนั้นแล้วมีโอกาสรับใช้พี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ถ้านายวราวุธและอดีต สส.ของพรรค ถ้าชาติไทยพัฒนาใส่เสื้อสีชมพูคงไม่มีศักยภาพทำงานได้เต็มที่ วันนี้ใส่สีน้ำเงินก็มีศักยภาพในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนได้มากขึ้น ดังนั้นใครมาต่อว่า ขอฝากสมาชิกช่วยชี้แจงว่า พ่อบรรหารไม่ได้เป็นคนตั้งพรรคชาติไทย แต่อาศัยพรรคชาติไทยเพื่อมีพื้นที่ทำงานพัฒนา เหมือนวันนี้ที่นายวราวุธไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งที่ผ่านมาเขาให้เกียรติมาก ตอนไปเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยก็ให้อยู่ลำดับที่ 3 และให้เกียรติอดีตสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาทุกคน” 

ขณะนี้เราประสบปัญหาน้ำมันแพง เพราะภาวะสงคราม สหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอลถล่มอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย อย่าง สปป.ลาว ค่าน้ำมันแพงกว่าเราเท่าตัว รัฐบาลต้องการให้ประชาชนทราบราคาที่แท้จริงว่าราคาน้ำมันแพงและต้องปรับตัวอย่างไร รัฐบาลพยายามช่วยในเรื่องค่าครองชีพกับกลุ่มเปราะบาง เราทุกคนต้องช่วยกัน ปรับวิธีการใช้น้ำมันและต้องประหยัด ตอนโควิด-19 เรายังผ่านกันมาได้ ก็ผ่านน้ำมันแพงได้ ขอให้กำลังใจ ช่วงนี้อากาศร้อนแต่ใจอย่าร้อน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน

ภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา พรรคพี่พรรคน้อง ร่วมดูแล 5 เขตสุพรรณบุรี

ในตอนท้าย น.ส.กัญจนา กล่าวชก่อนปิดการประชุมใหญ่พรรค ว่า ไม่ต้องไปคิดถึงสีเสื้อ เพราะในเขต 1 สุพรรณบุรี นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย เขาคือคนเดิม เป็นลูกชายนายสมชาย สุจิตต์ หัวหน้าสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ทำงานรับใช้คนสุพรรณบุรีเหมือนเดิม, เขต 2  นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย รับใช้พี่น้องประชาชนในเขต 2 เหมือนเดิม เป็นคนเดิมแต่ในสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย, เขต 3 นายนพดล มาตรศรี ครั้งนี้เราพ่ายแพ้ให้กับพรรคกล้าธรรม แต่ไม่ได้ทิ้งพี่น้องประชาชน นายนพดลยังอยู่ช่วยงานของพรรค เราจะลงพื้นที่นายนพดลทั้งหมด ครั้งหน้าหวังว่าจะสามารถเอาพื้นที่ของเราคืนมาได้ เราไม่ทิ้งประชาชน ชาวบ้านยังฝากทุกข์สุขกับ สส.พรรคภูมิใจไทยได้ 

ส่วนเขต 4  นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นลูกของนายจองชัย เที่ยงธรรม แกนนำอาวุโสพรรค ชทพ.เหมือนเดิม ยังดูแลพื้นที่เหมือนเดิม และเขต 5 ไม่ต้องกังวล นายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย อยู่พรรคชาติไทยมาก่อนนายบรรหาร อยู่ตั้งแต่ปี 2518 ดังนั้น ทั้ง 5 เขตของสุพรรณบุรี แม้ว่าจะเป็นสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย หรือในเขตที่เราไม่ได้ สส. เราเป็นพรรคพี่พรรคน้อง พรรคภูมิใจไทยก็ยังดูแลประชาชน ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนายินดีที่จะประสานงานทุกข์-สุขให้ สส.เขต ร่วมดูแลแก้ไข เรายังมีสถานะเป็นพรรคการเมืองอยู่.