“อภิมุข” สวนกลับ “รัชดา” ไม่ต้องรีบเอาใจนายใหม่จนลืมหาข้อมูล ยืนยันรัฐบาลจุดงบประมาณไม่สมสัดส่วน ย้ำคำพูดนายกฯ สลับไปมา ปม “ศุภจี” ไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
วันที่ 17 เมษายน 2569 นายอภิมุข ฉันทวานิช รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี วิจารณ์ความเห็นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล ชี้โฆษกรัฐบาลเข้าใจคลาดเคลื่อนและให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนใน 3 ประเด็นหลัก พร้อมเตือนควรเช็กข้อมูลให้รอบคอบก่อนรีบเอาใจนายใหม่
เพราะกรณีที่ น.ส.รัชดา อ้างว่าต้องพิจารณางบประมาณปี 2570 ให้เสร็จก่อนจึงจะโอนงบประมาณปี 2569 มาใช้ได้นั้น นายอภิมุข ระบุว่าเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะปัจจุบันประชาชนกำลังเดือดร้อนและรัฐบาลต้องการเงินมาใช้จ่ายทันที จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบปี 2569 มาดำเนินการก่อน ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องรอทำงบปีหน้าเสียก่อนถึงจะจัดการงบปีปัจจุบันได้
ขณะที่ประเด็นการเยียวยาที่ น.ส.รัชดา ระบุว่ารัฐบาลได้ทำไปมากแล้วนั้น นายอภิมุข ยืนยันตามคำพูดของนายอภิสิทธิ์ว่าการช่วยเหลือไม่ได้สัดส่วนกับความเดือดร้อน โดยเมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP พบว่าประเทศไทยใช้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในระดับเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน
ที่สำคัญที่สุด คือการแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรี นายอภิมุข ตั้งคำถามว่า น.ส.รัชดา ได้ฟังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงต่อสภาฯ เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2569 หรือไม่ เพราะนายกฯ กล่าวชัดเจนว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามที่เคยหาเสียงไว้ แต่กลับยกคลัสเตอร์เกษตรฯ ให้ นายยศชนัน วงสวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จากพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ดูแลและมีอำนาจเต็ม ซึ่งขัดกับสิ่งที่ น.ส.รัชดา พยายามอธิบายว่านางศุภจีดูแลกลุ่มภารกิจสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมตามที่เคยพูดไว้ทุกอย่าง
...
“อยากเตือนคุณรัชดาว่าควรหาข้อมูลให้รอบคอบครบถ้วนเสียก่อน ก่อนจะออกมาพูด อย่ามุ่งแต่จะเอาใจนายใหม่เพียงอย่างเดียวจนไม่ดูข้อมูลความจริงให้ดี” นายอภิมุข กล่าวทิ้งท้าย