“กมลศักดิ์” สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอบคุณ “นายกฯ อนุทิน” สั่งเร่งรัดคลี่คลายคดีลอบยิงเต็มที่ ส่วนตัวเชื่อมีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง แต่มั่นใจ ตำรวจจะทำความจริงให้ปรากฏ


เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 17 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางถึงบ้าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดยมีการเข้าพบหารือเป็นการส่วนตัวภายในบ้านพัก จากนั้นร่วมรับประทานอาหาร โดยมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชาติ ร่วมต้อนรับ คือ นายสุไลมาน บือแนปิแน สส.ยะลา เขต 1 นายซูกาโน มะทา สส.ยะลา เขต 2 นายอับดุลอายี สาแม็ง สส.ยะลา เขต 3 และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 ซึ่งนายอนุทิน ยังได้พูดคุยและให้กำลังใจ นายกมลศักดิ์ ด้วย

ขณะที่ นายกมลศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีคนร้ายก่อเหตุลอบยิงใส่รถ ว่า ต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดคลี่คลายคดีอย่างเต็มที่ จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหารวม 5 ราย และสามารถติดตามจับกุมตัวมาได้แล้ว 4 ราย โดยนายกรัฐมนตรีกำชับอย่างเด็ดขาดว่า หากผู้ใดกระทำผิดจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย 

...


ทั้งนี้ จากพฤติการณ์การก่อเหตุและรายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 5 รายที่ถูกออกหมายจับ ตนเชื่อมั่นว่าบุคคลเหล่านี้เป็นเพียงผู้ลงมือปฏิบัติการเท่านั้น เนื่องจากตนไม่เคยรู้จักมักคุ้นเป็นการส่วนตัวกับผู้ต้องหากลุ่มนี้มาก่อนแม้แต่คนเดียว ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่าเหตุการณ์นี้จะต้องมีผู้บงการ หรือผู้จ้างวานอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน ซึ่งประเด็นนี้ไม่เพียงตนเท่านั้นที่ต้องการทราบความจริง แต่ประชาชนในพื้นที่ต่างก็จับตาและตั้งคำถามว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้

“สำหรับการสืบสวนขยายผลเพื่อเอาผิดผู้บงการนั้น ตนได้รวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงที่เสาะหาได้ในพื้นที่ นำส่งให้แก่นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การจะดำเนินคดีให้ถึงตัวผู้บงการได้นั้นจำเป็นต้องอาศัยพยานหลักฐานที่แน่นหนา โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งตนยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพและการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะสามารถทำความจริงให้ปรากฏได้ ส่วนผู้ต้องหารายที่ 5 คือ ร.อ.วิโรจน์ (เกตุมณี) ซึ่งทำหน้าที่มือปืนและยังอยู่ระหว่างการหลบหนี หากเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ และผู้ต้องหาสมัครใจให้การรับสารภาพถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง รวมถึงซัดทอดว่ารับงานมาจากผู้ใด ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อรูปคดีในการขยายผลต่อไป ส่วนตัวตอนนี้ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจนัก ตราบใดที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้บงการหรือผู้จ้างวานได้ ซึ่งเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าคดีนี้มีผู้บงการอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน”