3 รมช.มหาดไทย ร่วมถก “ศุภจี” ลุยลดค่าครองชีพประชาชน เปิดรับผู้ประกอบการ “รถพุ่มพวง” เพิ่ม ตั้งเป้า 3,800 คัน สั่งนายอำเภอทั่วประเทศหนุน
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 16 เม.ย. 2569 ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ร่วมประชุมขับเคลื่อนโครงการธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุม โดย นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีนโยบายและข้อสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนโครงการเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพของประชาชนจากวิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติให้ดำเนินโครงการ “เยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน” จัดจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษสำหรับพื้นที่ที่มีความต้องการเฉพาะ เช่น พื้นที่ชนบทห่างไกล หรือประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผ่านการจัดโครงการ “ธงฟ้าราคาประหยัด” จำหน่ายต่ำกว่าท้องตลาดเฉลี่ยร้อยละ 30–60 ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นกว่า 200 รายการ เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันปาล์ม และน้ำตาลทราย ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 500 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
...
โดยสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงตลาดนัดหรือร้านค้าธงฟ้าได้ จะใช้รูปแบบ “ตลาดเคลื่อนที่” และโครงการรถพุ่มพวงในการกระจายสินค้า โดยมีตัวอย่างความสำเร็จที่จ.นครราชสีมา การประชุมหารือในวันนี้ เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการเปิดรับผู้ประกอบการ “รถพุ่มพวง” เพิ่มเติมกำหนดเป้าหมาย 3,800 คัน โดยรมช.มหาดไทย ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการให้นายอำเภอทุกอำเภอทั่วประเทศ สนับสนุนการดำเนินโครงการพร้อมทั้งสร้างการรับรู้ไปยังพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการรถพุ่มพวง สามารถลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน
ทั้งนี้ ผู้ที่มีรถสามารถมาลงทะเบียนรับสินค้าราคาพิเศษไปจำหน่ายในพื้นที่ห่างไกลได้ โดยมาตรการทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ดูแลกลุ่มเปราะบาง และสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ SME เพื่อให้การดำเนินโครงการตามที่ครม.ได้เห็นชอบและอนุมัติเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนคนไทย