โฆษกรัฐบาล โต้ “อภิสิทธิ์” ยัน หลายเรื่องทำแล้วบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน เผย จ่อเข้า ครม. อีกมาก แต่ต้องรอพิจารณางบประมาณปี 2570 ก่อน ชี้ “ศุภจี” คุมงานคลัสเตอร์ มากกว่าคุม 1 กระทรวง 


วันที่ 16 เมษายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ว่า เข้าใจในความปรารถนาดี แต่เชื่อว่ามีหลายเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลกำลังทำอยู่ หรือได้ทำไปแล้ว และอีกมากที่กำลังต่อคิวเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ยกตัวอย่างเช่นที่ นายอภิสิทธิ์ บอกว่ารัฐบาลควรเร่งผลักดันพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย เพื่อดึงงบประมาณจากโครงการที่มีความจำเป็นน้อย มาจัดระบบช่วยเหลือประชาชน ฟังผิวเผินอาจเหมือนทำได้ทันที แต่ในทางกระบวนการงบประมาณมีความจำเป็นที่จะต้องให้ ครม. พิจารณางบประมาณแผ่นดินประจำปี 2570 เสียก่อน จึงจะนำเรื่องการโอนงบประมาณเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ได้ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ อีกทั้งยังตั้งเป้าให้สามารถใช้งบประมาณใหม่ได้ทัน 1 ตุลาคม 2569

น.ส.รัชดา กล่าวต่อไปว่า เรื่องแก้ปัญหาเงินเฟ้อจากต้นทุน จากนี้รัฐบาลจะทยอยออกมาตรการมา ขอให้ติดตาม อย่างวันนี้ก็เริ่มแล้ว ผลจากการประชุม ครม.ครั้งที่ 1 ในเรื่องของการเข้าพยุงภาคการขนส่งสาธารณะและรถบรรทุกขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ในเบื้องต้นใช้งบกลาง 2 พันกว่าล้านบาท ให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนวันนี้วันแรก ดูแลทั้งรถมินิบัส แท็กซี่ ไรเดอร์ รถบรรทุก เป็นต้น ในภาพรวมเรามีมาตรการเฉพาะหน้า เฉพาะกลุ่ม และระยะยาว แต่หากนายอภิสิทธิ์จะไม่ชอบ โครงการคนละครึ่ง ก็จะถือว่าเป็นอีกหนึ่งความเห็น

ส่วนประเด็นการแบ่งงานแก่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พูดไว้ตอนหาเสียงนั้น น.ส.รัชดา ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นางศุภจี รับผิดชอบกลุ่มภารกิจส่งเสริมการค้า พาณิชยกรรม สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยกลุ่มภารกิจนี้รับผิดชอบการสร้างเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านการค้าและพาณิชยกรรม ส่งเสริม SME พัฒนาคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ก็เป็นไปตามที่เคยพูดไว้ทุกอย่าง และมีนัยมากกว่าการคุมงาน 1 กระทรวง แต่เป็นเรื่องของคลัสเตอร์ที่งานกระทรวงเชื่อมโยงกัน ตนจึงขอแจ้งมติ ครม. ให้ทราบ ณ ตรงนี้ และคิดว่าเรื่องนี้ควรจบได้แล้ว มาโฟกัสที่การทำงานดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณในความหวังดีของทุกฝ่าย รัฐบาลจะเดินหน้าพิจารณามาตรการต่างๆ ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนอย่างเต็มที่.