“วราวุธ” รมว.อุตสาหกรรม ย้ำเม็ดพลาสติกยังพอ แต่ต้องเตรียมพร้อมอนาคต เหตุสถานการณ์ตะวันออกกลางยังยากคาดเดา แจงใช้กระติกน้ำส่วนตัวเป็นทางเลือกแบ่งเบาภาระ หากถึงจุดผลิตภัณฑ์แพงขึ้น

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมประชุมสถานการณ์เม็ดพลาสติกว่า ต้องขอบคุณนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ให้เกียรติกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการหารืออย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับแนวทางที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของพี่น้องประชาชนเรื่องผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติก เพราะจากนี้ไปเราคาดเดาไม่ได้ว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะพัฒนาไปในทิศทางขึ้นหรือลง ฉะนั้น เพื่อความปลอดภัย รองนายกฯได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใย วันนี้จึงได้มาหารือกันก่อนว่าจะมีทางเลือกอย่างไรให้กับผู้บริโภคและพี่น้องประชาชน เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระ หากในอนาคตเม็ดพลาสติกมีปัญหาหรือหายากขึ้นหรือมีราคาที่แพงขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องเฝ้าระวังเม็ดพลาสติกจะหมดไปอย่างไร นายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้ยังมีอยู่ แต่เราตอบไม่ได้ว่าคนใหญ่คนโตที่มีเรื่องกันนั้นเจรจากันแล้วจบหรือไม่ และเจรจาแล้วได้ผลไปในทิศทางที่ดีหรืออย่างไร ฉะนั้นเราไม่รู้ว่าจากนี้ไปซัพพลายของเม็ดพลาสติกที่เป็นตัวแถมมาจากการกลั่นน้ำมันจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร แต่จริง ๆ แล้วอย่างที่ตนเคยกล่าวอ้างจากที่รองนายกรัฐมนตรีพูดถึงประเทศไทยของเรามีวัตถุดิบพอสมควร เพียงแต่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเล็กน้อย

เมื่อถามว่าเบื้องต้นหาแหล่งพลาสติกอย่างไร นายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้ต้องเข้าใจว่าแม้จะหาแหล่งทดแทนอื่นได้ก็จะต้องแลกมาในราคาที่แพงขึ้น วันนี้หลายคนเขียนเข้ามาในเฟซบุ๊กเหมือนกัน จะให้ใช้กระติกน้ำก็ไปเพิ่มภาระให้กับประชาชนอีกหรืออย่างไร ตรงนี้ต้องเรียนว่าเราไม่ได้บังคับ แต่ท่ามกลางสถานการณ์ หากพัฒนาไปถึงจุดที่ผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์มีราคาแพงขึ้นและทำให้ราคาต่าง ๆ ของสินค้าอุปโภค-บริโภคเพิ่มขึ้น

นายวราวุธ กล่าวว่า เรากำลังบอกว่าจริง ๆ แล้ววันนี้เรามีทางเลือก อาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนแต่ก่อน แต่เป็นทางเลือก อย่างเช่น กระติกน้ำก็จะเบาภาระด้านอื่นได้ แต่แน่นอนสิ่งที่ตามมาอาจจะถามว่าพกกระติกน้ำแล้วจะไปเติมน้ำที่ไหน ตนก็ยอมรับตรง ๆ ขอย้ำว่าเบื้องต้นหลายคนรวมถึงตนเองในบางครั้ง เราต้องเปิดขวดน้ำเทน้ำใส่ในกระติก บางคนกินน้ำจากขวดเหลือแล้วตั้งทิ้ง แต่สิ่งที่จะแก้ไขได้คือทุกวันนี้ ตนเชื่อในหลายๆ สถานที่หรือแม้แต่ในรัฐสภา ขวดน้ำต่าง ๆ หลายคนกินแล้วก็จะเกิดปัญหากินไม่หมด และวางเอาไว้ เปิดขวดใหม่ ก็ทำให้มีปริมาณน้ำที่ทิ้งโดยไม่เกิดประโยชน์มากมาย หากใช้กระติกน้ำเบื้องต้นจะทำให้การบริโภคน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น และใช้กระติกน้ำส่วนตัวให้มากขึ้น ซึ่งในสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศอย่างญี่ปุ่นจะมีจุดเติมน้ำสาธารณะ ฉะนั้น มันจะค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป แต่ถ้าเราไม่เริ่มก็จะไม่เริ่มกันเสียที

...