รมว.พลังงาน แถลง พบอย่างน้อย 5 คลัง กักตุนน้ำมันเอามาขายตอนราคาแพง ตั้ง คกก.ชุดสุดซอย เก็บข้อมูลย้อนไปถึง ก.พ. 69 เตรียมส่ง DSI-ตร. ดำเนินคดี ลุยตรวจสอบทุกหน่วยงาน หากละเว้นหน้าที่โดนด้วย
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 16 เมษายน 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศตคม.ตร.) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ เลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ร่วมกันแถลงข่าวปฏิบัติการเชิงรุก ขยายผลและตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง
ในส่วนของ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีหน้าที่กำกับดูแลเรื่องน้ำมัน ทั้งในส่วนที่ซ้ำเติมสถานการณ์ภาวะขาดแคลนในช่วงวิกฤติ เท่าที่ตรวจสอบและพบความผิดปกติคือ หน้าปั๊มหรือปลายทางไม่มีน้ำมันให้เติม แต่จริงๆ แล้วมีน้ำมัน รวมถึงการนำเข้าวัตถุดิบมีความปกติ และช่วงเดือนมีนาคม 2569 ที่เกิดวิกฤติโรงกลั่น กลั่นมากกว่าปกติ ถ้าเทียบเดือนเดียวกันกับปีที่ 2568 ปกติจะกลั่นน้ำมันดีเซล 70 ล้านลิตรต่อวัน แต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา กลั่นวันละ 78 ล้านลิตร เพิ่ม 8 ล้านลิตร ในทุกวัน รวมทั้งเดือนกลั่นเพิ่ม 200 ล้านลิตร เมื่อไปเช็กสต็อกน้ำมันดีเซลของโรงกลั่น ซึ่งปกติจะมีเก็บสต็อกรวมกันทั้ง 6 โรงกลั่น กว่า 1,200 ล้านลิตร นอกจากนี้ ยังดึงสต็อกไปใช้เพิ่มอีกจาก 1,200 ล้านลิตร ช่วงสต็อกต่ำสุดเหลือประมาณ 700 ล้านลิตร แปลว่ามีการจ่ายน้ำมันเข้าระบบมากขึ้นอีกประมาณ 500 ล้านลิตร ทั้ง 2 ส่วนรวมกันประมาณ 700 ล้านลิตร มูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท
...
กลับปรากฏว่าถึงจะผลิตเพิ่ม แต่ก็ได้รับแจ้งจากปั๊มว่าถูกลดโควตาขายน้ำมันและรับน้ำมันน้อยลง และพบว่ามีประชาชนไปต่อแถวโดยไม่มีให้เติม ส่วนจ็อบเบอร์ได้รับแจ้งว่าไม่รับน้ำมันไปขายต่อให้ปั๊มอิสระ ปั๊มหลอด เกษตรกร หรือภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสวนทางกัน จึงเห็นได้ว่ามีการผลิตเพิ่มขึ้นและจ่ายออกมากขึ้น แต่ที่ไปไม่ถึงมือของผู้บริโภคคือมีการรั่วไหลและมีการกักตุน เก็งกำไร และประวิงเวลาซื้อน้ำมันในราคาเก่าที่ถูกเพื่อกักตุน และไปรอขายในราคาใหม่ที่แพงกว่า
สำหรับกระทรวงพลังงาน เห็นว่าวิกฤติแบบนี้และกระบวนการที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนไม่มีน้ำมันเติม และในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วงเดือนมีนาคมจนถึงวันนี้ ได้นำเงินกองทุนน้ำมันฯ เกือบ 6 หมื่นล้านบาท ไปชดเชยเพื่อให้ประชาชนผู้บริโภคได้ใช้และซื้อน้ำมันในราคาถูก แต่ปรากฏว่าเงินชดเชย 6 หมื่นล้านบาท เท่าที่พบจากกระบวนการที่เกิดขึ้น มีการนำเงินตรงนี้ไปชดเชยไปกักตุนและชดเชยให้ผู้ค้าได้รับกำไรมากกว่าที่ควร
พร้อมกันนี้ ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศรชล. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปตรวจสอบคลังน้ำมัน 92 แห่งทั่วประเทศ และเรียกเก็บข้อมูลปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ ทั้งรับเข้าและจ่ายออกทุกวัน เพื่อมาวิเคราะห์พฤติกรรมว่ามีคลังน้ำมันไหนใน 92 คลัง ที่มีพฤติกรรมกักตุนและเก็งกำไร รับมาเยอะในราคาเก่าที่ถูก และรอขายในปริมาณที่เยอะผิดปกติด้วยราคาใหม่ที่แพง ซึ่งพบความผิดปกติแล้วอย่างน้อย 5 คลัง ส่วนนี้ได้ตั้งคณะกรรมการชุดสุดซอยเก็บข้อมูลย้อนหลังไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ตรวจสอบคลังน้ำมัน 92 แห่ง ทั่วประเทศ โดยจะส่งข้อมูลให้ดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดี หากมีส่วนไหนที่ทำให้กองทุนน้ำมันฯ ต้องเสียหาย แทนที่จะอุดหนุนให้ประชาชนได้ใช้ในราคาถูก ไปเป็นกำไรให้ผู้ค้าเกินควร กองทุนฯ ก็จะต้องเรียกค่าเสียหาย
ทางด้านการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งจากคลังของโรงกลั่นไปถึงคลังผู้ค้าและไปถึงปั๊มน้ำมัน ทั้งทางรถ ทางเรือ ทางท่อ ซึ่งได้เรียกข้อมูลมาตรวจสอบ ทั้งใบกำกับการขนส่งน้ำมัน ซึ่งจะต้องเป็นไปพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน การแจ้งและการเก็บน้ำมันตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนนี้ได้เรียกเอาข้อมูลย้อนหลังกลับมาตรวจสอบทั้งหมด โดยเฉพาะทางเรือ ซึ่งสันนิษฐานว่ามีการรั่วไหล ขนส่งช้า หรือระหว่างทางมีการลักลอบขายน้ำมันออกนอกประเทศในขณะที่มีประกาศห้ามส่งออกหรือไม่ เริ่มเห็นความผิดปกติตั้งแต่ใบกำกับการขนส่งไม่ระบุข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทั้งหมดมีความผิด มีโทษถึงจำคุก ทางกระทรวงพลังงานจะรวบรวมข้อมูลและส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและดีเอสไอได้ดำเนินคดีต่อไป แต่เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าพนักงานที่รับผิดชอบเก็บข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ให้ครบถ้วน รวมถึงตรวจสอบการทำงานของทุกหน่วยงาน หากพบว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก็จะดำเนินคดีด้วย.
