“พริษฐ์” เผย พรรคประชาชนห่วงวิกฤตซ้อนวิกฤตพี่น้องภาคเหนือ ทั้งพลังงาน-เศรษฐกิจ-ฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้หมดไปกับสงกรานต์ ลั่น ฝ่ายค้านพร้อมตรวจสอบทุกฝีก้าวของรัฐบาล เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประชาชน


เมื่อเวลา 13.23 น. วันที่ 15 เมษายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึง “วิกฤตซ้อนวิกฤต”  ของจังหวัดแพร่ และภาคเหนือ ว่า เมื่อวาน (14 เมษายน 2569) ตนเองไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์และรับฟังปัญหาประชาชนที่จังหวัดแพร่ ร่วมกับ นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ น.ส.ลักษณารีย์ ดวงตาดำ สส. แพร่ เขต 3 พรรคประชาชน แม้จะดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน แต่ก็เข้าใจดีถึงความกังวลของประชาชนต่อวิกฤตซ้อนวิกฤตที่พี่น้องภาคเหนือกำลังเผชิญ และจะไม่หมดไปพร้อมกับเทศกาลสงกรานต์

วิกฤตที่ 1 คือ “วิกฤตพลังงาน” ที่เริ่มลุกลามไปเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจ จากเสียงของประชาชนที่แพร่ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลพอสมควรต่อการตัดสินใจเดินทางในช่วงสงกรานต์ โดยเจ้าหน้าที่ที่จุดบริการประชาชน-ด่านตรวจสภาพรถใน อ.ลอง จ.แพร่ ให้ข้อมูลว่า 2-3 วันที่ผ่านมา สถิติการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ลดลงเหลือ 1/4 หรือ 1/3 เมื่อเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับเสียงสะท้อนของประชาชนที่งานประเพณีและจากตัวแทนสภาเด็กและเยาวชนในวงเสวนา ที่เล่าว่าจำนวนคนที่เดินทางกลับมาที่บ้านที่ จ.แพร่ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรก็ตาม งานใหญ่ของ จ.แพร่ จะจัดขึ้นวันที่ 17 เมษายน 2569 คงทำให้เราเห็นข้อมูลของจังหวัดได้เพิ่มเติม

...

นายพริษฐ์ ระบุต่อไปว่า พรรคประชาชนจะทำหน้าที่ต่อไปในการตรวจสอบและเสนอแนะรัฐบาล เพื่อเตรียมรับมือกับสภาพเศรษฐกิจที่คาดว่าจะหนักขึ้นหลังสงกรานต์ ในส่วนของปัญหา “น้ำมันแพง” เราจะตรวจสอบรัฐบาลต่อไปเกี่ยวกับแนวทางในการปรับโครงสร้างราคา รวมถึงกระทุ้งให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือ-เยียวยากลุ่มเปราะบางต่างๆ ให้ครอบคลุมและได้สัดส่วนกับปัญหากว่ามาตรการที่เคาะออกมาในการประชุม ครม. 11 เม.ย. ที่ผ่านมา

สำหรับปัญหา “น้ำมันขาด” เรายังคงวางใจไม่ได้ เนื่องจากน้ำมันที่ค้างอยู่ระหว่างขนส่งออกจากช่องแคบฮอร์มุซก่อนสงครามแทบไม่เหลือแล้ว รวมถึงสถานการณ์สงครามที่ยังคงพลิกไปพลิกมาได้ทุกวัน รัฐจึงมีความจำเป็นต้องจริงจังมากขึ้นกับการเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการประหยัดพลังงาน นอกจากเรื่องน้ำมันแล้ว ยังคงมีอีกหลายปัญหาที่ตามมา (เช่น เรื่อง ปุ๋ย เม็ดพลาสติก ค่าไฟ และราคาสินค้าโดยทั่วไป) ที่รัฐจำเป็นต้องนำหน้าปัญหาให้ได้

วิกฤตที่ 2 คือ “ฝุ่น PM2.5” ที่กระทบต่อสุขภาพประชาชน นอกเหนือจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สิ่งที่ประชาชนจับตาดูคือความชัดเจนจากรัฐบาลเรื่องท่าทีต่อร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ที่ค้างอยู่ในสภาฯ จากชุดที่แล้ว รัฐบาลเหลือเวลาตามกรอบกฎหมายอีกแค่ประมาณ 1 เดือน (ก่อน 12 พฤษภาคม 2569) เพื่อตัดสินใจว่าจะมีมติยืนยันให้รัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ต่อหรือไม่

ทั้งนี้ แม้ สส. จากหลายพรรคการเมืองได้ทวงถามรัฐบาลในประเด็นนี้ตลอดการอภิปรายคำแถลงนโยบายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่เรากลับยังไม่ได้ยินคำตอบจากนายกรัฐมนตรี หรือเห็นความชัดเจนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชัดๆ นอกเหนือจากการมอบหมายให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทบทวนและเสนอความเห็นต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ภายในวันที่ 24 เมษายน

“อย่างที่ผมได้ทิ้งท้ายไว้ในการอภิปรายนโยบายก่อนเทศกาลสงกรานต์ ในเมื่อตอนนี้เรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศแล้ว พวกเราพรรคฝ่ายค้านจะเดินหน้าทำหน้าที่เป็น “เงา” ที่คอยติดตาม เฝ้าดู และตรวจสอบทุกฝีก้าวของรัฐบาล เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่เรากำลังเสี่ยงจะเผชิญกับสภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจชะลอตัว + เงินเฟ้อสูง) ที่กระทบพี่น้องประชาชนทุกคน”