“วีระยุทธ” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ถาม มาตรการรัฐบาลใจดีเป็นพิเศษกับ “ผู้รับเหมา” หรือไม่ ทิ้งงานได้ แถมเผื่อต้นทุนดีเซลให้เกือบ 70 บาท พร้อมตั้งข้อสังเกตประเด็น “ผลประโยชน์ทับซ้อน”


วันที่ 15 เมษายน 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการชุดใหญ่ เช่น เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มคนละ 100 บาท เป็นเวลา 1 เดือน, ออกงบประมาณดูแลกลุ่มขนส่ง 1,600 ล้านบาท แต่ถ้าลงไปดูประกาศกระทรวงการคลัง จะเห็นว่าคู่สัญญาภาครัฐ โดยเฉพาะบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เปิดกว้างให้ยกเลิกสัญญา ทิ้งงานก็ได้ แถมยังให้ปรับราคากลางใหม่แบบเผื่อต้นทุนน้ำมันดีเซลไว้ถึง 69.99 บาท (ที่ผ่านมาราคาสูงสุดในไทยอยู่ที่ 50 บาท) 

นายวีระยุทธ ระบุต่อไปว่า รวมแล้ว ผู้รับเหมาจึงมีความพิเศษถึง 5 ข้อ ที่กระทรวงการคลังให้ความช่วยเหลือ ดังนี้

1. ถ้าชนะประมูล แต่เห็นว่าไม่คุ้ม ไม่ต้องมาลงนาม = “ให้ถือว่ามีเหตุผลสมควร ไม่เป็นผู้ทิ้งงาน พร้อมคืนหลักประกัน”

2. ถ้าลงนามแล้ว ไม่อยากทำต่อ = “เจรจาหยุดงานชั่วคราวได้ตามความเหมาะสม”

3. ถ้าลงนามแล้ว แต่ยังไม่เริ่มงาน = “หน่วยงานของรัฐสามารถใช้ดุลยพินิจเลิกสัญญาและคืนหลักประกันได้”

4. เพิ่มราคากลางให้ โดยไม่ระบุกรอบเวลา = ให้ขยายราคากลางงานก่อสร้าง เผื่อราคาดีเซลไว้ที่อัตรา 51.00-69.99 บาทต่อลิตร 

...

5. ท่อนสุดท้ายในประกาศกระทรวงการคลัง เป็นการให้อำนาจต่อรองกันแบบเสรี คือ “ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ เร่งรัดการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร เพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างของสัญญาแบบปรับราคาได้...รวมทั้งปรับปรุงและทบทวนเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณสัญญาแบบปรับราคาได้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันและราคาวัสดุ”

ก่อนที่ นายวีระยุทธ จะเผยในช่วงท้ายด้วยว่า “แน่นอนว่าคู่สัญญาภาครัฐมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ความใจดีเป็นพิเศษขนาดนี้ ทำให้ต้องตั้งคำถามเช่นกันว่า รัฐบาลใช้หลักการดูแลอย่างเป็นธรรมและทั่วถึงแค่ไหน เมื่อเทียบกับสิ่งที่ภาคธุรกิจอื่นและประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่ต้องเผชิญวิกฤตรุนแรงไม่แพ้กัน และทำให้คำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน กลับมาอีกครั้ง”