เปิดประวัติ “วีระพงษ์ ประภา” ผู้ถูก “ศุภจี” ทาบทามให้ไปนั่งผู้แทนการค้าไทย ก่อนตัดสินใจยื่นลาออกจากรองหัวหน้าประชาธิปัตย์ หลัง “อภิสิทธิ์” ขีดเส้นให้ต้องเลือก เพราะสถานะ ปชป. เป็นฝ่ายค้าน


วันที่ 12 เมษายน 2569 นายวีระพงษ์  ประภา ได้ส่งข้อความในกลุ่มไลน์ ยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ แจ้งสมาชิกในกลุ่มซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่า ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคแล้ว หลังได้รับการเชิญเข้าร่วมคณะที่ปรึกษาของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (รมว.พาณิชย์) จากนั้นได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ยก 3 เหตุผล ร่ายยาวการลาออก จาก ปชป. และยอมรับว่า ถูกทาบทามให้ไปรับตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย ยืนยันว่าบทบาทไหน ไม่สำคัญเท่ากับการพาไทยพ้นช่วงวิกฤตซ้อนวิกฤต พร้อมขอบคุณนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้โอกาส


ประวัติ “วีระพงษ์ ประภา”

สำหรับ นายวีระพงษ์ ประภา มีชื่อเล่นว่า อาร์ท เกิดเมื่อ 30 กันยายน พ.ศ. 2527 ปัจจุบันอายุ 41 ปี เป็นบุตรนายกำพล กับนางวิทินี ประภา ด้านครอบครัวสมรสกับนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในสมัยรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร โดยได้จดทะเบียนสมรส บุตรชายนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ซึ่งถือเป็นคู่รัก LGBTQ คู่แรกของไทยที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม

...


นายวีระพงษ์ จบการศึกษา ชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้นที่ประเทศไทย หลังจากนั้น เดินทางไปศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ Burnside High School เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ จบระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับ 1) ด้านการบัญชี ธุรกิจระหว่างประเทศ และกฎหมายพาณิชย์ จาก Victoria University of Wellington ประเทศนิวซีแลนด์ และระดับปริญญาโท ด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ จาก วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (LSE) ประเทศสหราชอาณาจักร


ด้านการทำงาน นายวีระพงษ์ เคยเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีและที่ปรึกษาทางการเงินของอีวาย หนึ่งในสี่บริษัทบัญชียักษ์ใหญ่ของโลก ที่สาขาในประเทศนิวซีแลนด์และกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีและเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัทข้ามชาติด้านการเกษตรและด้านการเงิน จากนั้นผันตัวมาทำงานในภาคประชาสังคม เป็นที่ปรึกษาให้กับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และผู้จัดการด้านการสื่อสารสาธารณะให้กับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสด้านธุรกิจเพื่อความยั่งยืนให้กับกองทุน Freedom Fund องค์กรให้ทุนระหว่างประเทศที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร


เส้นทางสู่การเมือง “วีระพงษ์ ประภา”

นายวีระพงษ์ ปรากฏเป็นข่าว เมื่อได้รับการแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย เมื่อวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ในรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งในปี 2569 กลับพบเจอนายวีระพงษ์ มาเป็น 1 ในทีมงานของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หลังกลับเข้ามารับตำแหน่ง โดยนายวีระพงษ์ ถูกแต่งตั้งให้เป็นถึงรองหัวหน้าพรรค แต่แล้วเป็นทีฮือฮาอีกครั้งเมื่อ วันที่ 10 เมษายน 2569 กลับมีชื่อนายวีระพงษ์ เข้าไปเป็นที่ปรึกษาของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่สถานะของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้าน ไม่ได้ร่วมรัฐบาลด้วย 


กระทั่งวันที่ 12 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 13.03 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีที่นายวีระพงษ์ ว่าไม่เคยได้รับทราบเรื่องนี้จากนางศุภจี มีแต่นายวีระพงษ์ได้มาปรึกษาว่าได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย เพื่อไปเป็นหัวหน้าคณะในการเจรจากับสหภาพยุโรปในเรื่องของข้อตกลงเขตการค้าเสรี โดยมีเป้าหมายที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ กรณีของคุณวีระพงษ์จึงแตกต่างจากการให้คำปรึกษาหรือเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีแบบไม่เป็นทางการ เพราะเป็นตำแหน่งทางการเมืองที่เป็นทางการและมีค่าตอบแทน จึงอยากให้ นายวีระพงษ์ ตัดสินใจลาออกจากรองหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เพื่อรับตำแหน่งผู้แทนการค้าไทยเอง เหตุเพราะไม่อยากให้เกิดความสับสนในสถานะความเป็นฝ่ายค้าน


จากนั้น ในวันเดียวกัน เมื่อเวลา 16.22 น. นายวีระพงษ์ ได้โพสต์หนังสือลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และสมาชิก พร้อมขอขอบคุณนายอภิสิทธิ์ที่ให้การสนับสนุนการทำงานด้วยดีเสมอมา วิสัยทัศน์ ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริตของนายอภิสิทธิ์ เป็นสิ่งที่ตนเองยึดเป็นแบบอย่าง แม้จะไม่ได้ทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว แต่หวังว่าทุกท่านจะร่วมเดินทางกับตนเองต่อไป เพราะบทบาทไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับการพาประเทศไทยเดินหน้าไปให้ได้ในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตเช่นนี้