“เอกนัฏ” เผยมีแผนผ่าตัดยกเครื่องกองทุนน้ำมัน จ่อลดค่าการกลั่นอีก งดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันไพ่ใบสุดท้าย ขู่เอาตาย “คนกักตุนน้ำมัน” พ่วงเบรกขึ้นค่าไฟ
เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 10 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลุกขึ้นชี้แจงถึงการบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤตน้ำมัน จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางว่า ตนวางแผนปรับปรุงโครงสร้างพลังงานประเทศแบบพลิกโฉม เพราะตนเห็นวิกฤตที่เกิดขึ้นและพลังงาน น้ำมัน-ไฟฟ้า เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และต้นทุนการผลิตสำคัญต่อค่าครองชีพของประชาชน ทั้งนี้ ตนใช้ความระมัดระวังในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งตนตั้งใจผ่าตัดการทำงานของกองทุนน้ำมัน เพราะเห็นว่า กองทุนน้ำมันมีอำนาจมาก ในการตัดสินใจสามารถนำเงินอุดหนุนนับหมื่นล้านมาอุดหนุนชดเชยค่าน้ำมันเท่าใดก็ได้ จนปัจจุบันติดลบที่ 60,000 ล้านบาท จึงไม่ควรมีกองทุนใดที่มีอำนาจมากเช่นนี้ หากสถานการณ์กลับสู่ปกติแล้ว ตนจะปรับเกณฑ์การทำงานของกองทุนน้ำมันเพื่อชะลอผลกระทบในกรณีที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศมากเกินไป เห็นพ้องควรมีข้อจำกัดการทำงานมากกว่านี้
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ในภาวะวิกฤตกลไกตลาดไม่ทำงานได้ปกติ และการอิงราคาโรงกลั่นสิงคโปร์ก็ผิดปกติ ทำให้ค่าการกลั่น บ่งชี้ว่า โรงกลั่นมีกำไรมากเกินไป แม้ว่าประเทศไทยจะมีโรงกลั่นเพียงพอ แต่ไปเทียบราคาสิงคโปร์นั้น ทั้งที่โรงกลั่นน้ำมันควรแบ่งเบาภาระประชาชน ไม่ใช่หากำไรมากเกินควร ตนจึงใช้อำนาจประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.)พิจารณาค่าความเสี่ยงสงคราม, ค่าประกัน,ค่าขนส่ง ฯลฯ ที่เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม มาเป็นส่วนลดหน้าโรงกลั่นในเดือนเมษายน และหากช่วงเดือนเมษายน ค่าการกลั่นปรับตัวขึ้นอีก ก็จะนำข้อมูลจริงไปพิจารณาและกำหนดส่วนลดอีก เพื่อให้โรงกลั่นแบ่งเบาภาระประชาชน ยืนยันว่า ตนไม่เคยเกรงใจใคร และไม่เกรงใจนายทุนที่ไหน มากไปกว่าประชาชน ส่วนข้อเสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่มีผลกระทบ ตนจึงขอนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯและ รมว.คลัง ให้ใช้เป็นไพ่ใบสุดท้าย ที่รัฐบาลจะใช้เพื่อนำเงินไปใช้แบบพุ่งเป้าช่วยประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆ แม้การลดภาษีสรรพสามิตจะทำให้ราคาน้ำมันลดลง ประชาชนดีใจ แต่เงินรายได้ของประเทศก็ลดลง จึงยังขอใช้กลไกการลดราคาหน้าโรงกลั่นไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะกองทุนน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้น้ำมันราคาถูก ควบคู่กับการใช้กองทุนน้ำมัน
...
นายเอกนัฏ กล่าวถึงข้อกังวลกรณีขาดแคลนน้ำมันในอนาคตว่า ขณะนี้ น้ำมันดิบขาเข้าเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เดือนเม.ย.และ พ.ค. น่าจะเข้าตามปกติ แต่ก็ไม่มีอะไรแน่นอนในสถานการณ์เช่นนี้ จึงต้องเตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์ ยืนยันกับประชาชนว่า ขณะนี้เราอยู่บนความไม่แน่นอน ราคาน้ำมันจะขึ้นหรือลง ก็ขอให้ประชาชน ใช้ความระมัดระวังในการใช้ชีวิต และเตรียมความพร้อมกรณีที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางบานปลาย จนประชาชนต้องปรับวิธีการใช้ชีวิต และถ้าพบความผิดปกติในการกักตุนน้ำมันที่เอาเปรียบประชาชน ตนพร้อมเอาจริง และเอาตายแน่นอน หากตัดสินใจชนกับใครแล้ว สู้สุดซอยไม่ถอย ขอเตือนว่า แม้จะเตรียมหากำไรในช่วงเวลานี้ มีเงินก็ขอให้ไปใช้ในคุก ส่วนผลกระทบค่าไฟฟ้าที่เตรียมขึ้นราคาจาก 3.88 บาท/หน่วย เป็น 3.95 บาท/หน่วย ตนยืนยันว่า สามารถลดราคากลับมาเป็น 3.88 บาทได้ โดยนำรายได้ของการไฟฟ้า นำมาชดเชยส่วนต่าง สำหรับผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบาย แต่จะต้องมีการปรับโครงสร้างใหม่ ให้ผู้ที่ใช้ไฟน้อย สามารถใช้ไฟในราคาที่ถูก และยิ่งใช้มาก ก็จะต้องใช้ในราคาที่แพง เพื่อให้ผู้ที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย สามารถใช้ค่าไฟเหลือไม่เกิน 3 บาท ซึ่งพร้อมเดินหน้าทำ
