“สิรภพ” แนะรัฐบาลเอาอย่าง “ธรรมนัส” ใช้ “กว๊านพะเยาโมเดล” เป็นทางออกฟื้นหนองหาร  อัดนโยบายเกษตรรัฐบาล “สวยหรูแต่ไม่แตะรากปัญหา”


เมื่อเวลา 20.00 น.  วันที่ 10 เมษายน 2569 ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาคำแถลงนโยบายรัฐบาล นายสิรภพ สมผล สส. สกลนคร พรรคกล้าธรรม อภิปรายวิจารณ์นโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาลอย่างดุเดือด โดยระบุว่ารู้สึก “ผิดหวัง” เพราะสิ่งที่รัฐบาลนำเสนอเต็มไปด้วยคำสวยหรู ทั้ง AI บิ๊กดาต้า สมาร์ทฟาร์มมิ่ง และการเชื่อมโยงตลาดโลก แต่กลับไม่แตะปัญหาพื้นฐานที่เกษตรกรกำลังเผชิญจริงในชีวิตประจำวัน


นายสิรภพ กล่าวว่า วันนี้เกษตรกรรายย่อยจำนวนมากยังไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีแหล่งน้ำ ไม่มีทุนสำหรับประคองชีวิต และยังติดกับดักหนี้สิน แต่รัฐบาลกลับเลือกใช้นโยบายแก้หนี้แบบเดิม ๆ ทั้งพักหนี้ ยืดหนี้ เติมสภาพคล่อง ซึ่งเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ไม่ใช่การปลดล็อกหนี้อย่างยั่งยืน

“คำถามสำคัญไม่ใช่ว่ารัฐบาลทำได้หรือไม่ แต่คือรัฐบาลกล้าทำหรือไม่ เพราะการแก้ปัญหาจริงต้องแตะโครงสร้าง ต้องกล้าเผชิญหน้ากับกลุ่มทุน” นายสิรภพ กล่าว


นายสิรภพ ยังชี้ว่า ต้นทุนการผลิตที่แท้จริงของเกษตรกร ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมี และน้ำมันเชื้อเพลิง กำลังเป็นภาระหนัก แต่รัฐบาลกลับพูดถึงราคาขายมากกว่าต้นทุนชีวิตของชาวบ้าน พร้อมวิจารณ์ว่าการใช้นโยบายช่วยเหลือแบบ “เหมาเข่ง” ทั่วประเทศ เป็นความล้มเหลวในการออกแบบนโยบาย เพราะเกษตรกรแต่ละพื้นที่มีเงื่อนไขแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง


นายสิรภพ ยังยกปัญหาจังหวัดสกลนครเป็นภาพสะท้อนความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะปัญหาพื้นที่รอบหนองหาร ที่ชาวบ้านจำนวนมากยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทั้งที่ตั้งถิ่นฐานทำกินมานานหลายชั่วอายุคน พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามพื้นที่หนองหารที่ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2484 มีกรอบแก้ปัญหาเพียง 5 ปี แต่จนถึงวันนี้ผ่านมาแล้ว 85 ปี ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ประชาชนจากเจ้าของที่ดินเดิม กลายเป็นผู้บุกรุกในสายตารัฐ

...


“ชาวบ้านรอเอกสารสิทธิ์กันจนตายแล้วเกิดใหม่ 2 รอบ ปัญหานี้ไม่ได้มีแค่สกลนคร แต่เกิดทั่วประเทศ รัฐบาลต้องจริงใจ อย่าปล่อยให้ประชาชนรอความหวังไปอีกหลายสิบปี” นายสิรภพ กล่าว


นอกจากนี้ นายสิรภพ ยังสะท้อนปัญหาวัชพืชในหนองหารกว่า 77,000 ไร่ ที่รัฐใช้งบกำจัดปีละหลายสิบถึงหลักร้อยล้านบาท แต่ไม่เคยสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมเสนอให้เร่งปลดล็อกข้อจำกัดด้านผังเมือง เพื่อผลักดันโรงงานผลิตปุ๋ยจากวัชพืช ลดต้นทุนเกษตรกรในพื้นที่


นายสิรภพ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการ “ชีวธรรมเวทย์นคร” พัฒนา “หนองหารน้อย” เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภาคอีสานตอนบน หลังโครงการได้รับงบประมาณตั้งต้นแล้ว 50 ล้านบาท แต่ถูกแช่แข็งเพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง


ทั้งนี้ นายสิรภพ เสนอให้รัฐบาลนำ “กว๊านพะเยาโมเดล” มาแก้ปัญหาหนองหาร โดยระบุว่า หากรัฐบาลไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ควรไปปรึกษา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เคยผลักดันการพัฒนากว๊านพะเยาจนประสบผลสำเร็จ สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้จริง


“ประเทศไทยไม่ต้องการแค่รัฐบาลที่พูดแล้วทำ แต่ต้องการรัฐบาลที่ทำแล้วไม่พลาด เพราะคนที่รับผล ไม่ใช่รัฐบาล แต่คือประชาชน” นายสิรภพ กล่าวทิ้งท้าย