“อรรถวิชช์” ชำแหละโครงสร้างพลังงาน แฉพฤติกรรมผู้ประกอบการซุกสต็อกน้ำมันนอกระบบ-เก็งกำไรส่วนต่าง


วันที่ 10 เมษายน 2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลุกขึ้นอภิปรายถล่มนโยบายพลังงานของรัฐบาล โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติของวิกฤตราคาน้ำมันที่ประชาชนกำลังเผชิญ ซึ่งเกิดจาก 3 ปัจจัยหลักคือ การกักตุน การขาดแคลน และราคามีความไม่เป็นธรรมอย่างรุนแรง

นายอรรถวิชช์ได้หยิบยกหลักฐานความผิดปกติกรณีการลดค่าการกลั่น 2 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าราคาน้ำมันหน้าปั๊มกลับไม่ลดลง เนื่องจากมีการปรับเพิ่มค่าการตลาดจาก 1.50 บาท พุ่งสูงเป็น 10.50 บาท ซึ่งตนขอเปรียบเปรยว่าเป็นลักษณะ “เตะหมูเข้าปากหมา” หรือการโยกกำไรจากกระเป๋าหนึ่งไปอีกกระเป๋าหนึ่ง เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนโรงกลั่น ขณะที่ราคาน้ำมันในไทยยังอิงราคาตลาดสิงคโปร์ทั้งที่เป็นสต็อกเก่าต้นทุนต่ำ ตนจึงเสนอให้รัฐบาลจัดเก็บ “ภาษีลาภลอย” (Windfall Tax) เพื่อนำกำไรที่เกินควรกลับคืนสู่รัฐ

ในส่วนของปัญหาการกักตุน นายอรรถวิชช์เสนอให้รัฐบาลใช้มาตรการเด็ดขาดด้วยการ “ฟิกซ์ราคาน้ำมันปลายทาง” ทั้งขายปลีกและขายส่งทันที เพื่อทำลายแรงจูงใจในการเก็งกำไร พร้อมแฉข้อมูลเชิงลึกว่ามีผู้ประกอบการหัวหมอหลบเลี่ยงการตรวจสอบโดยนำน้ำมันไปเก็บไว้ในเรือหรือพื้นที่นอกระบบแถบชายฝั่งสุราษฎร์ธานีและสงขลา ทำให้ตัวเลขสต็อกในระบบไม่ตรงกับความเป็นจริง

“ผมเคยประสานไปยัง รมว.พาณิชย์ ให้ใช้กฎหมายราคาสินค้าและบริการคุมราคาน้ำมัน แต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีอำนาจ ทั้งที่ความจริงทำได้ หรือเสนอ ครม. ก็ได้ ผมจึงขอฝากความหวังไว้ที่นายกฯ อนุทิน และ รมว.พลังงานคนปัจจุบัน ให้ใช้ พ.ร.ก.แก้ไขภาวะขาดแคลนน้ำมันฯ กำหนดราคาขายปลีกเพื่ออยู่เคียงข้างประชาชน” นายอรรถวิชช์ระบุ

...

นายอรรถวิชช์ยังเตือนถึงสภาวะขาดแคลนน้ำมันที่อาจเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยเสนอให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งเจรจาซื้อน้ำมันจากอิหร่านโดยตรง เช่นเดียวกับที่อินเดียดำเนินการเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และย้ำว่าการกู้เงินมาชดเชยให้โรงกลั่นในอนาคต รัฐบาลต้องชดเชยเฉพาะ “ต้นทุนที่แท้จริง” เท่านั้น ห้ามรวมกำไรเข้าไปเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเอาเปรียบภาษีของประชาชนในระยะยาว