สภาฯ ลุกเป็นไฟ "ไอซ์ รักชนก” ถล่มนโยบายรัฐบาลจี้นายกฯ ใช้ “ยาขับ” โละ 3 รัฐมนตรีกระสุนตก “สุริยะ-สุชาติ-พิพัฒน์” ไปพิสูจน์ตัวเองก่อน
วันที่ 10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายนโยบายรัฐบาลอย่างดุเดือด โดยหยิบยกประเด็นดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (CPI) ของไทยที่รั้งท้ายพร้อมเสนอ “ยาล้างอาย” 2 ขนาน เพื่อให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำไปใช้จัดการกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยยาขนานแรกคือ “ยาขับรัฐมนตรี” ที่ควรเอาบุคคลที่มีชื่อเสียงอื้อฉาวออกไปพ้น ครม. ก่อน เพื่อไม่ให้ค้านสายตาประชาชน
นางสาวรักชนกบอกด้วยว่า 3 รัฐมนตรีดังกล่าวประกอบด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กรณีการจัดซื้อเครื่องบินนายเบน สมิท ที่นายสุริยะอ้างว่าหากรู้ก่อนจะไม่ซื้อ จึงขอให้นายกฯ สั่งการ ป.ป.ง. ตรวจสอบเรื่องนี้ทันที นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ กรณีคดี "เบอร์รี่เลือด" ที่ประเทศฟินแลนด์ ซึ่ง DSI และอัยการมีมติกล่าวหาและส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. มานานกว่า 2 ปี แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีวิกฤตพลังงาน โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมที่ให้เจ้าของปั๊มน้ำมันรายใหญ่มาดูแลนโยบายพลังงาน แม้เจ้าตัวจะอ้างความบริสุทธิ์แต่ยากที่ประชาชนจะเชื่อว่าบริษัทที่ถือหุ้นอยู่ไม่ได้รับประโยชน์
นางสาวรักชนกยังบอกด้วยว่า ยาขนานที่สองคือ “ยาหยอดตา” เพื่อหวังให้รัฐบาลตาสว่าง จากข้อมูลการรับงานโครงการภาครัฐของบุคคลใกล้ชิดรัฐมนตรีพบว่า หจก.ไทยเจริญ ของญาตินายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับงานไปถึง 74 โครงการ มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท ขณะที่เครือข่ายของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ โดยบริษัทของสามีนางชาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้รับงานไป 142 โครงการ มูลค่า 830 ล้านบาท และบริษัทของสามีลูกสาวอีกคนของนายชาดา ก็ได้รับไปอีก 78 โครงการ มูลค่ากว่า 2,400 ล้านบาท
...
ในช่วงหนึ่งของการอภิปราย นางสาวรักชนกได้ฉายคิวอาร์โค้ดกลางห้องประชุมเพื่อให้ สส. สแกนตรวจสอบข้อมูล พบว่าในปี 2568 หจก.ไทยเจริญฯ ได้งานส่วนใหญ่เป็นการตัดถนนในจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทย โดยงานจำนวนมากมาจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทยที่มีนายอนุทินเป็นรัฐมนตรี
นางสาวรักชนกทิ้งท้ายว่า การประมูลงานเป็นการแข่งขันกันเองในกลุ่มบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับคนในพรรคภูมิใจไทย ทั้งที่ปรึกษา กมธ. และผู้ที่มีนามสกุลเดียวกับ สส. ในพรรค ตนไม่ได้บอกว่าส่อทุจริต แต่เอาข้อมูลมาให้ประชาชนคิดเองว่าฟังแล้วคิดถึงคำว่าอะไร ส่วนตัวคิดออกคำเดียวคือ ‘รวย’ แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งกันได้ แต่แข่งประมูลโครงการภาครัฐกับภูมิใจไทย อย่าแข่งเลย