รมว.ศึกษาธิการ งัด 3 มาตรการเยียวยากระเป๋าผู้ปกครองรับเปิดเทอม สั่งโรงเรียนผ่อนปรนกฎเหล็กชุดนักเรียน ไม่บังคับลูกเสือเต็มยศ 


วันที่ 10 เมษายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงฯ ทันทีหลังเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยประกาศวาระเร่งด่วนที่สุดเพื่อรับมือวิกฤตค่าครองชีพที่กระทบต่อผู้ปกครองในช่วงใกล้เปิดภาคเรียนใหม่ ผ่าน 3 มาตรการสำคัญที่เน้นการลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม

นายประเสริฐเปิดเผยว่า ตนได้ออกข้อสั่งการให้สถานศึกษาทั่วประเทศพิจารณาลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยเน้นการผ่อนปรนระเบียบด้านเครื่องแต่งกายเพื่อให้เด็กไทยไม่ต้องหลุดออกจากระบบเพียงเพราะอุปสรรคทางการเงิน ซึ่งมีแนวทางหลักดังนี้ ชุดนักเรียนอนุโลมให้ใช้ชุดเดิมได้แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายโรงเรียน และให้เพิ่มวันใส่ชุดพละหรือชุดไปรเวทสุภาพเพื่อลดจำนวนการซื้อชุดนักเรียนใหม่ ชุดลูกเสือ-เนตรนารียกเลิกการบังคับซื้อชุดเต็มยศ โดยอนุโลมให้สวมเพียง “ผ้าผูกคอและหมวก” ร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละแทนได้

รองเท้า-กระเป๋าไม่จำกัดรูปแบบหรือต้องมีตราโรงเรียน ขอเพียงให้มีความสุภาพและใช้งานได้จริง การปักเสื้อให้เปลี่ยนมาปักเพียง “อักษรย่อโรงเรียน” แทนการปักชื่อ-นามสกุล เพื่อลดค่าใช้จ่าย ยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้า และยังสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

“กฎระเบียบต้องไม่เป็นกำแพงขวางเด็กมาโรงเรียน ผมมีจุดยืนชัดเจนว่าการเข้าถึงการศึกษาต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด กระทรวงศึกษาธิการจะเป็นลมใต้ปีกพยุงทุกครอบครัวให้ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” นายประเสริฐ กล่าวเน้นย้ำและว่า นอกจากมาตรการในโรงเรียนแล้วยังได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เข้ามาบริหารจัดการจัดหาหนังสือ แบบเรียน และอุปกรณ์การเรียนเพื่อจำหน่ายใน “ราคาควบคุม” เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ตรงจุดที่สุด

...

ในระดับมหภาค นายประเสริฐระบุว่าได้เร่งประสานความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะกรมการค้าภายใน เพื่อร่วมกันออกแบบมาตรการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นผ่านช่องทางต่างๆ ของรัฐ เพื่อให้ความช่วยเหลือกระจายไปถึงมือทุกครอบครัวอย่างทั่วถึง ซึ่งข้อสั่งการทั้งหมดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงานในฐานะเจ้ากระทรวงศึกษาธิการ โดยตนมีกำหนดการที่จะแถลงนโยบายการศึกษาฉบับเต็ม เพื่อประกาศทิศทางยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนการศึกษาไทยอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 20 เมษายนนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ