“ศุภจี-ยศชนัน” ประสานเสียงหลังรับสมุดปกขาวภาคประชาชนช่วยตรวจทานนโยบายรัฐ พร้อมเปิดดีลข้ามกระทรวง รื้อปมทรัพย์สินทางปัญญา


วันที่ 10 เมษายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองการมีส่วนร่วมของประชาชนฯ วุฒิสภา ได้เข้ามอบหนังสือวาระนโยบายจากภาคประชาชนให้กับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาบริหารราชการแผ่นดิน

นายนรเศรษฐ์เปิดเผยว่า หนังสือวาระนโยบายฉบับนี้เป็นผลจากการทำงานร่วมกับ The Active (ไทยพีบีเอส) และองค์กรเครือข่าย ที่ต้องการ “กลับหัว” กระบวนการออกนโยบาย จากเดิมที่ประชาชนเป็นเพียงฝ่ายรับฟังนโยบายจากภาครัฐ เปลี่ยนมาเป็นให้ภาคประชาชนและนักวิชาการที่คลุกคลีกับปัญหาจริง เป็นผู้กำหนดข้อเสนอต่อฝ่ายบริหาร โดยครอบคลุมทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำ การคอร์รัปชัน และโครงสร้างทางการเมือง

“การแก้ปัญหาของประเทศไม่ใช่ภาระของใครคนใดคนหนึ่ง ผมหวังว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะรับข้อเสนอเหล่านี้ไปพิจารณา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง” นายนรเศรษฐ์ระบุ

ด้านนางศุภจี กล่าวขอบคุณคณะกรรมาธิการฯ พร้อมระบุว่าข้อเสนอทั้ง 10 หัวข้อในหนังสือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะการกำหนดนโยบายต้องสะท้อนความต้องการของประชาชน อย่างไรก็ตาม หลายประเด็นในนี้มีความคาบเกี่ยวกันหลายกระทรวง ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าด้วยกัน โดยตนจะรับมอบและส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อนำเสียงของประชาชนมาพิจารณาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

...

ขณะที่ นายยศชนัน หรือ "อาจารย์เชน" กล่าวเสริมว่า ในส่วนของการพัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา ข้อเสนอจากภาคประชาชนที่ผ่านการทำเวิร์คช็อปมาอย่างเข้มข้น จะเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับรัฐบาลในการกลับมาตรวจสอบว่า นโยบายที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นตอบโจทย์ประชาชนครบทุกมิติแล้วหรือไม่

นอกจากนี้ ทั้งสองรองนายกรัฐมนตรียังได้เปิดเผยถึงการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ โดยนายยศชนันเตรียมหารือกับนางศุภจีในเรื่อง “ทรัพย์สินทางปัญญา” เช่นเดียวกับที่เคยหารือกับกระทรวงการต่างประเทศมาแล้ว ขณะที่นางศุภจีระบุว่าต้องพึ่งพางานวิจัยและนวัตกรรมจากกระทรวง อว. ของนายยศชนัน มาช่วยต่อยอดการผลิตสินค้าไทยให้มีมูลค่าสูงขึ้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหาวัตถุดิบอย่างเม็ดพลาสติก เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเดินหน้าได้โดยไม่ขาดแคลน ยืนยันทำงานร่วมกันโดยมุ่งหวังผลสำเร็จเป็นตัวตั้ง ไม่สนว่าใครจะสังกัดพรรคใด