“ศุภโชติ” อัดรัฐบาลไม่กล้าแตะ “ไอ้โม่ง” โรงไฟฟ้า ไม่เชื่อนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพลังงานจะเกิดขึ้นจริง ย้อนถามหันไปถามนายทุนพลังงานแล้วหรือยัง
เมื่อเวลา 14.24 น. วันที่ 10 เมษายน 2569 นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน.อภิปรายว่า นโยบายเรื่องค่าไฟนั้น ตอนหาเสียงรัฐบาลพูดไว้ชัดเจนว่า ค่าไฟ 3 บาท สำหรับการใช้ไฟ 200 หน่วยแรก ประชาชนจะได้ประโยชน์ 22 ล้านครัวเรือน ช่วยประหยัดได้ 3,000 บาท แต่พอหลังชนะเลือกตั้งท่านรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ว่าจากค่าไฟ3บาท 200หน่วยแรก ให้ทุกครัวเรือน กลายเป็นค่าไฟ3 บาท เฉพาะคนที่ใช้ไฟไม่เกิน200 หน่วยเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้ คำแถลงนโยบายไม่มีการพูดถึงนโยบายนี้แม้แต่คำเดียว ท่านยังจะลดค่าไฟให้กับประชาชนอยู่หรือเปล่า และคำแถลงในวันนี้ ไม่กล้าแตะไอ้โม่งโรงไฟฟ้าแม้แต่นิดเดียว ทั้ง ๆ ที่พวกเขาได้เงินจากประชาชนปีละกว่า 5หมื่นล้านบาทฟรี ๆ นี่ยังไม่รวมโครงการโซลาร์ชุมชน ที่ดูเหมือนว่ารัฐบาลกำลังจะประเคนโครงการพวกนี้ให้นายทุนอีกกว่า 1,500 เมกะวัตต์ ไปดูกระบวนการคัดเลือกยิ่งแย่กว่าเพราะดูเหมือนเป็นการเปิดช่องให้ล็อกสเปก ฮั้วกัน และยกให้นายทุนง่ายๆ พูดเรื่องค่าไฟถูกแต่ท่านไม่กล้าแตะคนที่ทำให้ค่าไฟแพงแบบนี้ประชาชนจะเชื่อท่านได้อย่างไร
ถามแอบเปิดช่องนายทุนกินรวบหรือ
นายศุภโชติ อภิปรายอีกว่า เรื่องสุดท้ายคำแถลงที่บอกว่า จะปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ไปสู่การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี ประเทศเราไม่ขาดคนพูด แต่ขาดคนทำ ตนยังไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนกล้าชนกับโครงสร้างเดิม ๆ สักครั้งเดียว ถ้าท่านพูดถึงตลาดไฟฟ้าเสรี ประโยคสำคัญที่ควรมาคู่กันคือกลไกป้องกันการผูกขาด เพื่อไม่ให้นายทุนพลังงานสามารถกินรวบได้ ตนไม่แน่ใจว่า การที่ไม่ใส่ประเด็นนี้ในคำแถลงนโยบาย เป็นเพราะไม่รู้ หรือจงใจให้เป็นแบบนี้ การปฏิรูปพลังงานเป็นสิ่งจำเป็น แต่ตนก็ต้องถามจริงๆว่า ท่านได้หันไปหานายทุนพลังงานพรรคท่านหรือเปล่า ว่าเขาโอเคกับเรื่องนี้หรือไม่ หรือว่าท่านคุยกันมาแล้ว แล้วแอบเปิดช่องให้พวกเขาสามารถกินรวบได้ ถึงยอมมาผลักดันประเด็นนี้ วันนี้สิ่งที่ท่านแถลงในประเด็นพลังงานเหมือนยังคิดไม่สุด เอาคำดูดีมาตัดแปะ เหมือนเรื่องน้ำมันก็ คือเรื่องไฟฟ้าท่านต้องทำให้ดู อย่างเดือนแรกพนมมือขอโทษอีกสักหนึ่งรอบ บอกประชาชนว่า ค่าไฟ 3 บาท นโยบายที่เคยหาเสียงไว้ทำไม่ได้แล้ว อย่าลืมลุกขึ้นมาพนมมือก้มหัวสองครั้ง ครั้งแรกขอโทษที่เคยหาว่าประชาชนกักตุนน้ำมัน ครั้งสองขอโทษที่นโยบายตนเองทำไม่ได้
...