“ชัชวาล แพทยาไทย” ใช้โควตาเวลาฝ่ายค้านแฉภาคเกษตรไทยล้มเหลว ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ชาวนาต้องแบกรับภาระหนี้สิน ชู 2 มาตรการช่วยรากหญ้าพ้นวิกฤต  ไม่ใช่ดีแต่พูด


วันที่ 10 เม.ย. 2569 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย วันที่ 2 นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย  กล่าวอภิปราย โดยใช้เวลาในสัดส่วนของฝ่ายค้าน โดยท้วงติงนโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาลว่า  แม้รัฐบาลจะแถลงให้ความหวังในการยกระดับรายได้เกษตรกรจะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า ภาคเกษตรของไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตความล้มเหลวเชิงโครงสร้างอย่างรุนแรง 


โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือกนาปรังที่ตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัม(กก.)ละ 5 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นถึงไร่ละ 5,000 บาท  ทำให้ชาวนาต้องแบกรับภาระหนี้สิน จนไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้  เปรียบเสมือนวิกฤตชีวิตของคนรากหญ้า ที่ต้องทิ้งนามาเป็นแรงงานในเมืองเพื่อหาเงินมาใช้หนี้  สะท้อนภาพว่า นโยบายที่แถลงไว้สวยหรู กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ซ้ำยังมีปัญหาการบริหารจัดการน้ำและระบบชลประทานที่ไม่ทั่วถึงเป็นตัวซ้ำเติมวิกฤต เพราะเกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาน้ำฝนและขาดแหล่งน้ำต้นทุนที่มั่นคง ไม่สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเผชิญภัยแล้ง น้ำท่วม ซ้ำร้ายธุรกิจในชุมชนและร้านโชห่วยยังถูกกลืนกินโดยกลุ่มทุนใหญ่จากร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง คนชนบทไร้อาชีพ รายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว มองไม่เห็นอนาคตในโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบันที่บีบรัดคนตัวเล็ก

...


“เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรผ่านพ้นวิกฤตไปได้ ผมขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณานำมาตรการช่วยเหลือเดิมที่เคยได้ผลมาปรับใช้ทันที โดยเฉพาะการลดต้นทุนและสนับสนุนช่วยเหลือชาวนา(ค่าเก็บเกี่ยว) ให้เพิ่มวงเงินเป็นไร่ละ 1,000 บาท สูงสุด 20 ไร่ต่อครัวเรือน รวมถึงเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือค้างจ่ายจากปีที่ผ่านมาให้กับเกษตรกรอีกกว่า 150,000 รายให้เสร็จสิ้น รวมถึงมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายและการรวบรวมข้าว พร้อมเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ จัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับเกษตรกร และบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตรให้เชื่อมโยงกับความต้องการของโลกอย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งหากเกษตรกรที่เป็นรากฐานสำคัญของประเทศไม่สามารถอยู่รอดได้ ระบบเศรษฐกิจทั้งระบบก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ฝากให้รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์และเกษตรฯ ทำงานร่วมกันให้เป็นรูปธรรมตามที่ได้แถลงไว้ต่อสภา ไม่ใช่ให้คำมั่นสัญญา เพียงนโยบายสวยหรู แต่ทำไม่ได้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนหวาดกลัวมากที่สุดในเวลานี้” นายชัชวาล กล่าว