แถลงนโยบายรัฐบาล “โรม” ถลกหนัง “ครม.อนุทิน” ไม่เชื่อปราบโกง-ทุนเทา บี้สอบ “พิพัฒน์” โยง “เสี่ยตือ” เอี่ยวน้ำมันเถื่อน ด้าน สส.ภูมิใจไทย ลุกประท้วงปกป้อง

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ต่อเป็นวันที่สอง โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เริ่มเปิดอภิปรายโดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่กล่าวถึงนโยบายปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนสีเทา และการทุจริต คอร์รัปชันว่า สังคมไม่เชื่อมั่นต่อการดำเนินการของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ตามที่แถลง เพราะการทำงานที่ย้อนแย้งกับการทำงานของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรัฐมนตรีคนเดียวกันโดยเฉพาะกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ลงนามร่วมกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ต่อความร่วมมือให้มีการสแกนม่านตา โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะอดีต รมว.ดีอี ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดีและส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณา จึงไม่รู้ว่าคดีนี้จะรวดเร็วเหมือนคดีของพวกตนหรือไม่ แต่นายอนุทิน สั่งลงโทษนายประเสริฐ ที่ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ให้ชดใช้กรรมโดยเป็นรมว.ศึกษาธิการ เพื่อให้เด็กเยาวชนดูเป็นตัวอย่าง กับผู้ทำผิดเป็นอย่างไร เป็นการแก้ปัญหาทุจริต คอร์รัปชันเป็นรูปธรรมของนายอนุทิน ชนิดไม่เกรงใจนายไชยชนกที่ดำเนินคดีดังกล่าว เมื่อวานนายกฯ แถลงยึดทรัพย์นายเบน สมิธ เพิ่มคิดหรือไม่ว่า มีคนใน ครม.บางคนข้องเกี่ยวกับเครือข่ายดังกล่าวหรือไม่ ดังนั้น ตนสงสัยต่อการคัดเลือกคนขึ้นเป็นรัฐมนตรี ที่ไม่ให้ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีเพราะมีคดีในดีเอสไอ แต่นายประเสริฐ ที่มีเรื่องส่งถึง ป.ป.ช. แล้ว แต่กลับได้เป็นรัฐมนตรี สรุปแล้วมีปัญหากับ น.ส.สุดาวรรณ ในเรื่องคดี หรือพ่อของ น.ส.สุดาวรรณ กันแน่

...

บี้ “อนุทิน” สอบ “พิพัฒน์” โยง “เสี่ยตือ” 

นายรังสิมันต์ ระบุว่า ต่อกรณีจับน้ำมันที่กักตุนใน จ.อ่างทอง ก็พบว่ามี เสี่ยตือ มาเป็นเจ้าของ และจากการตรวจสอบพบว่า มีคลังน้ำมันหลายแห่งตุนหลายล้านลิตร แต่รัฐบาลไม่จัดการ หรือจัดการยากเย็นอย่างไร ทั้งที่นายพิพัฒน์รู้จักดี เพราะบริษัทของเสี่ยตือเป็นลูกหนี้นายพิพัฒน์ มูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท มีสัญญาเงินกู้ 2 ครั้ง 2 สัญญา ที่สำคัญ เดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่าคนในครอบครัวเสี่ยตือบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทย 1 ล้านบาท ขณะที่ราคาน้ำมันแพง เสี่ยตือถูกสงสัยว่า ขายน้ำมันแพง แต่กลับไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ ซึ่งอาจมีสาเหตุว่า เพราะมีนายทุนการเมืองอยู่ในพรรคการเมืองหรือไม่ ท่านพิพัฒน์ทราบดีว่า เสี่ยตือมีธุรกิจอย่างไร ไก่เห็นตีนงู งูเห็นตีนไก่อย่างไร เหตุที่รัฐบาลไม่กล้าทำอะไรไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน อาจเพราะไอ้โม่งอยู่ในรัฐบาลก็เป็นได้ และก่อนหน้านี้ บอกว่ามีการติดสินบนไม่ให้ปราบสแกมเมอร์ ทราบว่าเป็นลูกของเสี่ยตือด้วย ดังนั้นกรณีที่เป็นเครือข่ายเดียวกันมีสัมพันธ์กัน พวกเขาจึงลอยนวลพ้นผิด ซึ่งหากนายกฯ ดูการกระทำ ไม่ดูชื่อ เหตุใดเครือข่ายเสี่ยตือ ที่มีประเด็นกักตุนน้ำมันเถื่อนและ สแกมเมอร์ จึงไม่จัดการ และหากทำจริงควรทำเพื่อไม่ให้อำนาจมืดซื้ออำนาจรัฐได้ และนายอนุทินต้องตรวจสอบนายพิพัฒน์ด้วยว่าไม่เกี่ยวน้ำมันเถื่อน หรือเรื่องทุนเทา เพื่อไม่ให้การปราบทุจริตในรัฐบาลนี้ จะได้ไม่เป็นเพียงลมปากและอย่าสร้างภาพเป็นคนดี แล้วแสวงหาประโยชน์จากวิกฤตชาติ และประชาชน คนดี คนรักชาติแบบไหน ที่เปิดประตูเมืองให้บรรดาทุนเทาเข้ามายึดชาติของเรา ให้มาปล้นคนไทยด้วยกันเอง ทั้งนี้ ไม่รู้ว่าเวลาของผมในสภานี้จะเหลือเท่าไร แต่ผมและพรรคประชาชนไม่มีวันยอมแพ้ให้คนที่ทำลายชาติ ทำลายหลักนิติธรรมได้

สส.ภูมิใจไทย ดาหน้าประท้วง ปกป้องรัวๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายรังสิมันต์ อภิปรายถึงชื่อเสี่ยตือ และนายพิพัฒน์ บรรดา สส.พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงต่อเนื่อง หลายคน อาทิ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง, นายยุพราชบัวอินทร์ สส.เพชรบูรณ์ และนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ว่ามีลักษณะใส่ร้าย โดยประธานการประชุมวินิจฉัยให้นายรังสิมันต์อภิปรายจนจบ