“ศุภจี” ยัน รัฐบาลไม่ได้ห้ามส่งออกปาล์ม แต่ต้องขออนุญาต ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดขอขึ้นราคาปุ๋ย แต่ยอมรับน่ากังวลหลังไทยเหลือใช้แค่กลางเดือน พ.ค. ผุดโปรเจกต์ “รถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์” ส่งสินค้าราคาถูก-บัตรเติมน้ำมัน ชง ครม. 11 เม.ย. นี้
วันที่ 9 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 20.25 น. ที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลุกชี้แจงว่า กรณีที่มี สส.แสดงความห่วงใยว่า รัฐบาลไม่มีการดูแลนโยบายเร่งด่วน ยืนยันว่ารัฐบาลตระหนักดีว่า วิกฤติที่เรากำลังเผชิญอยู่ มีความซับซ้อนหลายมิติ ในมิติภูมิรัฐศาสตร์ ที่กระทบต่อภูมิเศรษฐศาสตร์ รวมถึงระบบเศรษฐกิจในประเทศ ที่ต้องมีการปรับโครงสร้าง รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างไปพร้อมกัน
นางศุภจี กล่าวต่อว่า นโยบายเร่งด่วนในส่วนที่ตนดูแล เรื่องของค่าครองชีพ เราคงดูมิติใดมิติหนึ่งไม่ได้ แต่ต้องดูในเรื่องของการประหยัดรายจ่าย การเพิ่มรายได้ และการกระจายโอกาส โดยรัฐบาลจะดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทันท่วงที รวมถึงโครงการไทยช่วยไทย ที่สร้างทางเลือกสินค้าราคาจับต้องได้ให้กับประชาชน นอกจากนี้ รัฐบาลยังใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มรายได้ ด้วยการใช้กลไกภาครัฐ นำเอาสินค้าชุมชนและเอสเอ็มอี มาทำให้มีมาตรฐานมากขึ้น ทั้ง มอก.และ อย. เพื่อให้ส่งถึงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์และร้านค้าทั่วประเทศได้
นางศุภจี กล่าวถึงผลงานในอดีตของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการธงฟ้า พร้อมระบุว่า สำหรับประชาชนที่อยู่ห่างไกล ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าโครงการธงฟ้าได้ ก็จะมีโครงการ “ธงฟ้าโมบายล์” หรือรถธงฟ้าเคลื่อนที่ และ “รถพุ่มพวง” ที่จะนำสินค้าไปถึงชุมชนให้ได้มากที่สุด โดยจะมีทั้งสินค้าราคาพิเศษ ที่ลดราคาสูงสุดถึง 58% และบัตรเติมน้ำมัน โดยรายละเอียดของโครงการนี้จะออกมาหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 เม.ย.นี้
...
นางศุภจี ยังชี้แจงถึงรายการสินค้าควบคุม ของกระทรวงพาณิชย์ว่า สินค้าควบคุมก็มีอยู่หลายมาตรการ สินค้าบางรายการเราควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่สินค้าบางประเภทก็ใช้วิธีเจรจาไม่ให้ขึ้นราคา ทั้งนี้ การดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ความสมเหตุสมผล เป็นธรรมกับผู้ผลิตและผู้บริโภค เราไม่สามารถบังคับได้ทุกเรื่อง
ในส่วนของน้ำมันปาล์ม สส.บางคนกังวลที่ ครม.มีมติควบคุมการส่งออก ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ห้ามส่งออก แต่ต้องขออนุญาต ทั้งนี้ รัฐบาลมีความตั้งใจสนับสนุนให้มีการใช้ไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม หากเราไม่ควบคุมปริมาณ อาจจะเกิดการขาดแคลน ส่วนที่มีคนกังวลว่า ราคาผลปาล์มจะตก ยืนยันว่า ราคาผลปาล์มขณะนี้อยู่ที่ 8.10 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว อยู่ในช่วงขาขึ้น
ในส่วนมาตรการควบคุมราคาน้ำมัน ยาเวชภัณฑ์ บริการด้านขนส่ง หรือน้ำตาลทราย เราใช้มาตรการบริหาร ไม่ได้ดูในเรื่องการขึ้นราคาหรือไม่ เพราะสินค้าทั้ง 4 อย่างนี้ มีกฎหมายควบคุมเฉพาะ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ไปดูในเรื่องของราคา โดยเฉพาะน้ำมัน ที่มีกลไกของกระทรวงพลังงานดูแลอยู่ หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ คือดูว่าขายตามราคาที่ประกาศไว้หรือไม่
นางศุภจี ยังกล่าวถึงสถานการณ์ปุ๋ยในประเทศ ปุ๋ยที่อาจจะมีปัญหาการขาดแคลน คือปุ๋ยยูเรีย เพราะต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากแหล่งที่ขณะนี้มีปัญหาขนส่งไม่ได้ แต่ปุ๋ยตัวอื่นเรายังสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งมีปุ๋ยที่ยังใช้ได้ตามปกติถึง 64% ไม่ใช่ปุ๋ยทั้งตลาดจะขาดแคลนทั้งหมด
ทั้งนี้ ตอนที่ตนเคยชี้แจงว่า ปุ๋ยยูเรียจะมีเพียงพอถึงเดือนสิงหาคม เพราะขณะนั้นเรามีสต็อก 340,000 ตัน และคาดว่าจะนำเข้ามาในเดือนเมษายน อยู่ที่ 2 แสนตัน แต่เมื่อได้พูดคุยกับนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย ก็พบว่าไทยจะมีปุ๋ยยูเรียพอใช้ถึงกลางเดือนพฤษภาคม สำหรับตนมองว่าน่ากังวล ทั้งในด้านราคาและการขาดแคลน หากปุ๋ยยูเรียมีต้นทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องใช้กลไกการตลาดมาดูว่าจะต้องปรับราคาแล้วหรือยัง แต่ยืนยันว่ายังไม่มีผู้ประกอบการรายใด ส่งเรื่องขอขึ้นราคามา
นางศุภจี กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีเรือขนส่งปุ๋ย 5 ลำ ที่ติดค้างอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พยายามเจรจากับอิหร่าน เพื่อให้ปล่อยเรือเหล่านี้ออกมา หากเรือ 5 ลำนี้ออกมาได้ เราก็สามารถอยู่ได้อีกพอสมควร
ส่วนสถานการณ์เม็ดพลาสติก ภายหลังเกิดวิกฤติตะวันออกกลาง เราได้นำเม็ดพลาสติกมาเป็นสินค้าควบคุม โดยเฉพาะในเรื่องปริมาณความเพียงพอ ซึ่งในอนาคต จะมีการบูรณาการหลายกระทรวงให้อยู่ในคณะทำงาน เพื่อช่วยกันพุ่งเป้าและแก้ปัญหาผลกระทบจากการขาดแคลนเม็ดพลาสติก นอกจากนี้ ต้องพิจารณาหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน
นางศุภจี กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้สมาชิกรัฐสภาช่วยกัน วันนี้ประเทศไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว ข้อชี้แนะของทุกคน ตนน้อมรับ ไม่เคยเกี่ยงว่าจะเป็นคำแนะนำจากใคร แต่ก็ขอให้ช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน อย่าสร้างความตระหนก แต่ช่วยกันสร้างให้ทุกคนตระหนัก ว่าเราไม่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว
