ประท้วงวุ่น “เท้ง ณัฐพงษ์” พาดพิงพรรคเพื่อไทย ขายวิญญาณเข้าร่วมรัฐบาล ทำ “จุลพันธ์” จี้ถอนคำพูด ด้านประธานสภาฯ วินิจฉัยให้เปลี่ยนคำพูด ชี้ใส่ร้าย ไม่เหมาะสม สุดท้ายยอมเปลี่ยน
วันที่ 9 เมษายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ใช้สิทธิพาดพิง หลังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายนโยบายรัฐบาลแล้วมีคำพูดพาดพิงถึงพรรคเพื่อไทย โดยมีการพูดว่า พรรคการเมืองอันดับ 2 ของรัฐบาล ซึ่งหมายถึงพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมรัฐบาลและขายวิญญาณ โดยขอให้นายณัฐพงษ์ ช่วยถอนคำพูด ที่ว่าพรรคเพื่อไทยขายวิญญาณ เพราะกระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกการเมืองตามระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับหนึ่ง เชิญให้พรรคอันดับสาม เข้าร่วมรัฐบาล ก็มีการเข้าหารือนโยบายร่วมกัน ซึ่งพรรคเพื่อไทยตอบตกลง ทั้งหมดเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย
ขณะที่นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตามข้อบังคับการประชุม นายจุลพันธ์ก็มีสิทธิชี้แจงอยู่แล้ว ดังนั้นขอให้ประธานเป็นผู้วินิจฉัย โดยนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร วินิจฉัยว่า คำว่า ขายวิญญาณ เป็นการกล่าวหา จึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายเขา พร้อมขอให้นายณัฐพงษ์ เปลี่ยนคำพูด เพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างเรียบร้อย
ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ระบุว่า หากเป็นตามที่ประธานบอก ต่อไปไม่ว่าคำกล่าวหาใด ๆ ในสภา ก็จะต้องถอนกันหมด ส่วนตัวคิดว่า การใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้อง เพราะต่อไปไม่ว่าใครกล่าวหาอะไร เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะต้องถอนกันทุกคำ ด้านนายโสภณ ประธานสภาฯ ยืนยันว่า เป็นคำที่ร้ายแรง จึงขอให้ นายณัฐพงษ์ เปลี่ยนคำพูด
ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ลุกขึ้นหารือ พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายใช้คำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึก มองว่าคำพูดนี้ ประชาชนที่ติดตาม ก็จะเป็นผู้พิจารณาเอง ส่วนนายจุลพันธ์ ถ้าไม่เห็นด้วยกับคำพูดนี้ ก็มีสิทธิชี้แจง แต่ถ้าจะให้ถอนทุกคำพูด สภาฯ จะเดินต่อไม่ได้ จึงขอให้ประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อเป็นบรรทัดฐาน
...
ซึ่งในระหว่างนั้น นายจุลพันธ์ ได้ขอใช้สิทธิประท้วงทันที โดยยกข้อบังคับที่ 69 ที่บอกว่า การอภิปรายห้ามเสียดสี ใส่ร้าย ไม่ใช่อยู่ดี ๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายคนอื่นแล้วบอกว่า คนอื่นแก้ตัวได้ พร้อมขอให้อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาด และขอให้ประธานบังคับการประชุมให้เดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้อย่างไร และขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปราย
ขณะที่นายโสภณ ประธานสภาฯ ย้ำว่า ได้วินิจฉัยตั้งแต่ต้นแล้วว่า เป็นการใส่ร้าย ไม่เหมาะสม ขอให้นายณัฐพงษ์เปลี่ยนคำพูด ซึ่งท้ายที่สุดนายณัฐพงษ์ ยอมเปลี่ยนคำพูด จากคำว่าขายวิญญาณ เป็น ละทิ้งจุดยืนเดิม ก่อนที่การประชุมจะเดินหน้าต่อ
