“อนุทิน” เผย แถลงนโยบายรัฐบาลจบ ถก ครม.นัดแรก 11 เม.ย. เหตุบ้านเมืองมีปัญหาเยอะต้องเร่งแก้ เตรียมแผนดูแลประชาชนช่วงสงกรานต์ หากใช้น้ำมันปกติไม่ขาดแคลนแน่ ขอ ครม. ใช้รถส่วนตัว-รถยนต์ไฟฟ้า


เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 7 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกับ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มายังตึกบัญชาการ 1 โดยนายอนุทิน กล่าวว่า มาดูห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยหรือไม่ โดยนายกรัฐมนตรีได้เดินดูห้องทำงานทุกชั้น 

จากนั้นลงมาจากตึกบัญชาการ 1 พร้อมกับ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปยังตึกบัญชาการ 2 เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยห้องทำงานของทีมงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และห้องทำงานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ก่อนจะเดินกลับมายังตึกไทยคู่ฟ้า ระหว่างทางยังได้แวะดูจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วย

...


ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าร่างแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน ตอบว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติส่งร่างนโยบายไปยังรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายนแล้ว เมื่อถามต่อไป รัฐสภาบรรจุวาระพิจารณาร่างนโยบายวันที่ 9-10 เมษายนแล้ว จากนั้นวันที่ 11 เมษายน 2569 จะมีการประชุม ครม. นัดแรกเลยหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ใช่ ไม่เช่นนั้นจะติดเทศกาลสงกรานต์ จะทอดยาวมากเกินไป วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาเยอะ จึงต้องเร่งประชุม ครม. และเตรียมความพร้อมสำหรับประชาชนที่จะเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต้องเตรียมพร้อมในทุกส่วน และได้มอบให้ทุกกระทรวงไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

เมื่อถามต่อถึงมาตรการที่บอกให้ทุกกระทรวงไปดูแล้วมาเสนอต่อที่ประชุม ครม. ต้องโฟกัสเรื่องอะไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ แต่ไม่ขอลงรายละเอียด รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วให้โฆษกรัฐบาลเป็นผู้แถลง 

ส่วนคำถามว่าจะลงนามตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่เมื่อใด นายอนุทิน ระบุว่า ตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้อำนาจ จึงต้องรอการแถลงนโยบายให้เรียบร้อยก่อน เพราะเป็นสถานการณ์ต่อเนื่อง มีการใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีในการมอบอำนาจไปยังคณะกรรมการ จึงต้องรอให้มีการแถลงนโยบาย นี่คือเหตุผลที่พอเราแถลงนโยบายเสร็จซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 10 เมษายน เวลากลางคืน หากจะประชุม ครม. ต่อเลยคงไม่ทัน จึงนัดประชุมวันที่ 11 เมษายน

ขณะที่คำถามว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายกรัฐมนตรีจะไปไหน นายอนุทิน กล่าวว่า “วนอยู่แถวนี้ ดูให้เกิดความมั่นใจว่าน้ำมันไม่ขาดช่วง ได้รับทราบมาว่ามีการเตรียมวางแผนการเตรียมน้ำมัน หากมีการใช้แบบปกติทั่วไปพอแน่นอน ช่วงนี้ต้องประหยัดน้ำมัน ประหยัดค่าใช้จ่าย จึงให้ ครม. ใช้รถของตัวเองให้มากที่สุด ยิ่งใครมีรถยนต์ไฟฟ้าก็ให้เอามาใช้ ช่วยกันประหยัด หากใครพร้อมได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าก็จะช่วยลดเรื่องมลพิษต่างๆ ด้วย ตอนแรกผมก็ไม่อยากใช้ แต่พอมีวิกฤติน้ำมัน ครอบครัวก็บอกให้เอามาใช้เป็นตัวอย่าง เป็นสัญลักษณ์ พอเอามาลองใช้ก็ติด สะดวกดี ไม่ต้องกังวลเรื่องเติมน้ำมัน ใครมีความพร้อมก็เป็นการประหยัดอีกทางหนึ่ง ประหยัดกว่าน้ำมันแน่นอน”

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงที่นายกรัฐมนตรีขับรถยนต์ไฟฟ้าออกจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อถึงบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ได้หยุดรถแล้วลดกระจกพูดคุยกับชายวัยกลางคนที่ยืนถือป้ายข้อความว่า “ท่านนายกฯ ครับช่วยจับคนโกงเงินประชาชน เมื่อท่านรู้แล้วทำไมจึงนิ่งเฉยแบบนี้ คนจนต้องการเงินที่ส่งไปแล้วขอคืนด้วยครับ”, “ท่านอย่าปกป้องคนโกงเงินคนจน มีรายชื่อทำไมไม่จับ” ซึ่งพบว่าชายคนดังกล่าวมายืนเกือบทุกวัน

ทั้งนี้ นายอนุทิน สอบถามว่าทำเรื่องเข้ามาแล้วหรือยัง ชายคนดังกล่าวจึงตอบว่า “ทำเรื่องไว้แล้วแต่มันเงียบ” นายอนุทิน จึงกล่าวตอบไปอีกว่า “กลัวเป็นลมเป็นแล้ง ยืนทั้งวันเลยหรือ” ชายคนดังกล่าวตอบว่า “ยืนทุกวันเลยครับ ผมต้องการความถูกต้อง เพราะชาวบ้านเดือดร้อน” จากนั้น นายกรัฐมนตรีจึงได้ขับรถเดินทางกลับ.