“เอกนัฏ” เผยมติ กบง. ลดราคาหน้าโรงกลั่น 2 บาท ดีเซล B7-B20 เป็นครั้งแรกใช้อำนาจ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมัน กำหนดราคาหน้าโรงกลั่น รอประกาศในราชกิจจาฯ ก่อนพิจารณาลดราคาหน้าปั๊ม


เมื่อเวลา 15.06 น. วันที่ 7 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงภายหลังการหารือกับโรงกลั่น ต่อด้วยการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) โดยมีสรุปสาระสำคัญว่า นายกรัฐมนตรีสั่งชัดเจนในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก (6 เมษายน) โดยได้นำผลการศึกษาของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ซึ่ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน นำเข้าที่ประชุม ครม. และได้มีมติออกมา โดยมอบให้กระทรวงพลังงาน ซึ่งตนเป็นรัฐมนตรีเป็นคนมาดำเนินการ

นายเอกนัฏ กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่สำคัญคือ “ราคาน้ำมัน” วันนี้ตนได้ทำตามที่ประกาศไว้เมื่อวาน โดยตั้งแต่เช้าร่วมกับปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (ผอ.สนพ.) รวมถึงตน ได้พูดคุยกับกลุ่มโรงกลั่น มีทั้งที่ให้ความร่วมมือ กับที่ไม่ได้มา แต่ยืนยันว่ามีส่วนที่ให้ความร่วมมือ ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้เราเข้าใจดีว่าราคาน้ำมันส่วนหนึ่งที่แพงขึ้นเกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง เรายอมรับได้ 

แต่ในวันนี้ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อบวกภาษี บวกค่าการตลาดแล้ว ถูกทำให้ถูกลงด้วยกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตรงนี้ยืนยันว่ากองทุนน้ำมันฯ เป็นการเอาเงินของผู้ใช้น้ำมันในอนาคตมาชดเชยในปัจจุบัน สถานะของกองทุนฯ ในปัจจุบันติดลบอยู่ 50,000 ล้านบาทโดยประมาณ เราก็ยังชดเชยราคาน้ำมันโดยเฉพาะดีเซลทุกวัน รวมกันวันละเป็นพันล้านบาท

...

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเวลาเราปรับขึ้นหรือปรับลงหรือจะต้องชดเชยราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ราคาน้ำมันที่พวกเราทุกคนเติม เราก็เอากองทุนฯ มาชดเชย ภาษาชาวบ้านก็คือเอากองทุนฯ มาแบก แต่ที่ผ่านมาพอเรามาดูตัวเลข เราเห็นว่ากลไกการกำหนดราคาในบ้านเราในสภาวะที่ทั่วโลกประสบกับวิกฤติ กลไกมันก็ไม่ปกติ วันนี้เองต้องบอกว่าโรงกลั่นในฐานะผู้ประกอบการที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยก็ต้องมาช่วยกันรับผิดชอบแบกภาระของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นผิดปกติในเวลานี้ 

โดยมีผลการศึกษาของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงของท่านเอกนิติ คือ คณะกรรมการตรวจสอบและกำหนดโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) มีตัวเลขที่ทาง สนพ. ได้เก็บและยืนยันเป็นตัวเลขตลอดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในส่วนของค่าการกลั่นที่เราพูดถึง ซึ่งเป็นส่วนประกอบของราคาหน้าโรงกลั่นที่เราเอาราคาอ้างอิงจากตลาดสิงคโปร์มากำหนด ที่จะมีในส่วนของน้ำมันดิบและค่าการกลั่น ซึ่งค่าการกลั่นพุ่งส่งขึ้นผิดปกติในเดือนมีนาคม-เมษายน 

“ด้วยตัวเลขนี้ เมื่อสักครู่เมื่อเวลาบ่ายโมง (13.00 น.) ก็อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516  ได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. โดยที่ผมเป็นประธาน กบง. เนี่ย ให้มีอำนาจในการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น เราก็ใช้อำนาจนี้และครับ ลดราคาหน้าปั๊ม ลดภาระประชาชน ด้วยการเอากลไกของกองทุนฯ ซึ่งเงินของประชาชนมาแบกรับ ต่อจากนี้ไปก็จะมีกลไกใหม่ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในวันที่ผมเข้ามา ก็คือเราจะมีการกำหนดเอาตัวราคาที่อ้างอิงตามสิงคโปร์มากำหนดตัวรถ หรือเรียกว่า Discount พูดง่ายๆ ก็คือลดราคาตั้งแต่หน้าโรงกลั่น ต่อไปถ้าใช้วิธีนี้ก็จะไม่เป็นภาระกับกองทุนน้ำมันฯ มาลดราคาที่โรงกลั่นขายน้ำมันให้กับผู้ค้าแทน”


เบื้องต้น มติของที่ประชุมเมื่อเราศึกษาดูตัวเลขในช่วงเดือนมีนาคม ดูจากเหตุผลและหลักฐาน สามารถลดราคาหน้าโรงกลั่นในส่วนของดีเซลที่มีปัญหาอยู่คือ B7 กับ B20 ลง 2 บาท มาถึงเดือนเมษายน เราก็เห็นว่าตัวเลขค่าการกลั่นสูงขึ้นมากกว่ามีนาคม ดังนั้นต่อจากนี้เราก็จะนำตัวเลขในช่วงต้นเดือนเมษายนในช่วงรอบสัปดาห์แรก นำมาพิจารณาดูในรอบต่อไปว่าในส่วนลด 2 บาทนี้ เราจะกำหนดให้ลดลงมากยิ่งขึ้นหรืออย่างไร

ขณะเดียวกัน นายเอกนัฏ ยังได้กล่าวขอบคุณล่วงหน้าสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นโรงกลั่น ตนเข้าใจว่าได้รับสัญญาณว่ามีส่วนหนึ่งที่ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับมาตรการลักษณะนี้ โดยที่ทางฝั่งของกรรมการบริหารนโยบายพลังงานเอง เรายืนยันว่าวันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือบริหารไม่ให้เกิดภาวะความขาดแคลน เพราะฉะนั้นในเรื่องการลดราคาโรงกลั่น ซึ่งต้องยอมรับว่ามีผลกระทบต่อรายได้ของโรงกลั่นแน่นอน แต่เราก็จะดูแลกำกับไม่ให้ไปกระทบกับสภาพคล่องของโรงกลั่นในการไปซื้อวัตถุดิบก็คือน้ำมันดิบเข้ามากลั่นให้คนไทยได้ใช้ เราจะพิจารณาดูตามสถานการณ์ เบื้องต้น กบง. วันนี้มีมติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะลดราคาหน้าโรงกันน้ำมันดีเซล  B7 และ B20 ลง 2 บาท

ส่วนคำถามว่าหน้าปั๊มจะลดลงเมื่อไหร่ นายเอกนัฏ ระบุว่า วันนี้มีมติ กบง. ไปแล้ว แต่ตาม พ.ร.ก. จะมีกระบวนการในการที่จะต้องร่างประกาศและลงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งอาจจะใช้เวลาถึงวันพรุ่งนี้ (8 เมษายน 2569) จะพยายามทำให้เร็วที่สุด ในระหว่างร่างประกาศถ้ามีผลในวันพรุ่งนี้ก็จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ในวันพรุ่งนี้ เพื่อที่จะพิจารณาว่าส่วนลดราคาหน้าโครงการ 2 บาท จะนำไปลดราคาหน้าปั๊มต่อไปอย่างไร

“วันนี้เราต้องลดการพึ่งพาอะไรก็แล้วแต่ จะเป็นน้ำมันดิบ และวัตถุดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศ เราเห็นแล้วว่าพอเกิดวิกฤติขึ้นแล้ว เมื่อเราไม่สามารถยืนได้ด้วยของตัวเอง เราต้องไปพึ่งพาการนำเข้า ก็จะเกิดในลักษณะนี้ เพราะฉะนั้นนโยบายของรัฐบาลสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่คนไทยสามารถผลิตได้เอง ตอนนี้ประสานไปที่สถานีบริการให้เร่งติดตั้งหัวจ่ายสำหรับไบโอดีเซล B20 ให้กับกลุ่มรถบรรทุก และจะชดเชย B20 เป็นกรณีพิเศษ เพื่อลดภาระต้นทุนที่จะส่งต่อไปให้กับสินค้าอุปโภค-บริโภค”

อย่างไรก็ตาม ภายในวันที่ 20 เมษายน 2569 เท่าที่คุยกับสถานีบริการ จะเร่งเปิดหัวจ่ายสำหรับ B20 ให้มีเพียงพอบนถนนสายหลัก ถนนเมน 1 หลักทุก 100 กิโลเมตร ไปคำนวณมาประมาณ 100 ปั๊ม และจากนั้นเปิดหัวจ่าย B20 สำหรับบนถนนเส้นหลักที่มีตัวเลข 2 หลัก ให้มีปริมาณเพียงพอทุก 100 กิโลเมตรให้เร็วที่สุด ในส่วนนี้จะได้รับส่วนลด 2 เด้ง ตอนนี้จะพิจารณาลดค่าการกลั่นสำหรับไบโอดีเซล และส่วนที่เป็นไบโอดีเซล B20 กองทุนน้ำมันฯ จะชดเชยมากกว่า B7 เพื่อลดภาระให้กลุ่มขนส่ง รถบรรทุก ซึ่งต้องเร่งเปิดหัวจ่ายให้สถานีบริการมีมากเพียงพอสำหรับการเติม B20 ให้กับกลุ่มรถบรรทุก รถขนส่ง

จึงเป็นที่มาว่าในวันพรุ่งนี้ในการประชุม กบน. จะไปพิจารณาว่าส่วนลดที่เราได้จากการลดราคาหน้าโรงกลั่น จะนำไปลดราคาหน้าปั๊ม B7 และ B20 เท่าไหร่ และในอนาคตอีก 1-2 สัปดาห์ หากเรามีการทบทวนตัวเลขส่วนลดหน้าโรงกลั่นจาก 2 บาท เกิดเพิ่มมากขึ้นเป็น 4-6 บาท เราก็สามารถนำเงินส่วนหนึ่งไปลดราคาหน้าปั๊มโดยที่ไม่เป็นภาระกับกองทุนฯ มากขึ้นก็ได้ หรือจะนำไปลดภาระเพื่อรักษาสถานะของกองทุนน้ำมันฯ ก็ได้ 

“ในส่วนของ กบง. วันนี้เองจะมีอีกหนึ่งกลไกเพิ่มขึ้นมา ผมก็ทำตามที่พูด พูดแล้วว่าจะทำตั้งแต่เมื่อวาน เมื่อเช้าก็ได้พูดคุยเจรจากับโรงกลั่นแล้ว และในช่วงบ่ายวันนี้ประชุม กบง. ก็มีมติได้ใช้อำนาจ กบง. ตาม พ.ร.ก. มีมติให้ลดราคาที่หน้าโรงกลั่นลง 2 บาท ในส่วนของ B7 กับ B20 เรียบร้อยแล้ว รอประกาศลงในราชกิจจาฯ ในวันพรุ่งนี้ มีผลบังคับใช้ ก็จะมีการประชุม กบน. ต่อไป ว่าจะนำส่วนลดตรงนี้ไปลดราคาหน้าปั๊มสำหรับน้ำมันรายการไหนบ้าง”