รัฐสภาแบ่งเวลาแถลงนโยบายรัฐบาล ฝ่ายค้านได้ 14.30 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล ได้ 5.30 ชั่วโมง ด้านประธานสภาฯกำชับแต่ละฝ่ายอย่าประท้วงพร่ำเพรื่อ ด้าน สส.พรรคกล้าธรรมยันเฉ่งเต็มที่ ไม่มีออมมือ


วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการหารือร่วมกันระหว่างประธานรัฐสภา ครม. สว. และตัวแทน สส. ทุกพรรคการเมือง พิจารณาแนวทางประชุมร่วมกันของรัฐสภาในการจัดสรรเวลาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 ระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.2569 ภายหลังประชุม นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย แถลงผลการประชุมว่า การแถลงนโยบายรัฐบาลจะใช้เวลาอภิปราย 32.30 ชั่วโมง แบ่งเป็นเวลาประธานที่ประชุม 1.30 ชั่วโมง เวลาของนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย 1.30 ชั่วโมง เวลาครม.ชี้แจง 6 ชั่วโมง เวลา สว. 4 ชั่วโมง เวลา สส.ฝ่ายรัฐบาล 5.30 ชั่วโมง และเวลา สส.ฝ่ายค้าน 14.30 ชั่วโมง การประชุมวันที่ 9 เม.ย. เริ่มประชุม 08.30 - 02.00 น. ส่วนวันที่ 10 เม.ย. เวลา 08.00 - 23.00 น. ที่ประชุมตกลงร่วมกันควรให้เวลาที่มากพอสำหรับการตรวจสอบนโยบายรัฐบาล และให้เวลาครม.ชี้แจงอธิบายเนื้อหานโยบายให้ประชาชนเข้าใจรายละเอียด โดยประธานสภาฯ กังวลต่อการประท้วงในที่ประชุม จึงกำชับแต่ละฝ่ายควบคุมเพื่อให้ใช้เวลาประชุมสภาฯ อย่างมีประสิทธิภาพ


นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. กล่าวว่า สว. ได้รับการจัดสรรเวลา 4 ชั่วโมง จาก สว. ที่ลงชื่ออภิปราย 70 คนโดยเตรียมนัดประชุมวิปวุฒิสภาวันที่ 8 เม.ย. เพื่อกำหนดประเด็นอภิปราย และตัวผู้อภิปราย เชื่อว่าการประชุมฯ จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากทุกฝ่ายยึดระเบียบกติกา เชื่อว่าประธานรัฐสภาสามารถควบคุมการประชุมได้

...


นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่ออมมือ อภิปรายนโยบายรัฐบาล เตรียมประเด็นทวงถามนโยบายรัฐบาลที่ประกาศหาเสียงไว้กับประชาชน ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย จะประเมินว่านโยบายที่นายกฯ และ ครม. ร่วมกันจัดทำเสนอต่อรัฐสภาจะนำไปปฏิบัติจริงได้มากน้อยแค่ไหน หลังจากนี้จะหารือภายในพรรคเพื่อจัดสรรผู้อภิปราย พรรคกล้าธรรมได้เวลาอภิปราย 3.30 - 4 ชั่วโมง ได้วางประเด็นทั้งวิกฤตพลังงาน ภาคการท่องเที่ยว การเกษตร การศึกษา และภาคสังคมในการดูแลผู้สูงอายุ จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่