“วีระยุทธ” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอ 4 เรื่องแนะรัฐบาลต้องเร่งทำทันที อุดหนุนขนส่งสาธารณะ อัปเดตข้อมูลน้ำมัน กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า เร่งเยียวยากลุ่มเปราะบาง
วันที่ 7 เมษายน 2569 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษว่า แม้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเรียกประชุม ครม.นัดพิเศษหลังเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ ส่งสัญญาณเริ่มต้นนับหนึ่งการทำงานทันที แต่กลับไม่มีการกล่าวถึงมาตรการหรือเตรียมการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
...
หลายเรื่องที่ทำให้ประชาชนบางส่วนยังลังเลว่าจะเดินทางกลับภูมิลำเนาดีหรือไม่ ส่วนผู้ประกอบการก็ยังกังวลว่าจะประคองธุรกิจอย่างไร นายวีระยุทธกล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลประกาศมาตรการที่ชัดเจนว่าจะช่วยเหลือประชาชน และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการจากวิกฤตพลังงานอย่างไร โดยได้เสนอ 4 เรื่องสำคัญที่ประชาชนอยากได้ความชัดเจนจากรัฐบาลเพื่อวางแผนชีวิตในช่วงเทศกาลสำคัญ ดังนี้
1. ประกาศอุดหนุนขนส่งสาธารณะ “เส้นเลือดฝอย” ทั่วประเทศ
นายวีระยุทธชี้ว่า การพุ่งทะยานของราคาน้ำมันทำให้ประชาชนตัดสินใจไม่เดินทางไกล แต่คนจำนวนมากย่อมอยากกลับไปเยี่ยมบ้านในช่วงสงกรานต์ โดยช่องทางสำคัญที่ใช้สัญจรจำนวนมากคือ สถานีขนส่งสาธารณะจากหมอชิตและสถานีขนส่งต่าง ๆ ไปยังตัวจังหวัด ก่อนจะใช้รถมินิบัสและรถตู้ที่เป็นเสมือน “เส้นเลือดฝอย” ต่อไปยังอำเภอและตำบลบ้านเกิด
คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกประกาศตรึงราคาเฉพาะรถทัวร์และรถร่วมบริการใหญ่ไว้ (จนกระทั่ง 20 เมษายน 69) แต่กำหนดอัตราค่าโดยสารตายตัวสำหรับรถตู้และรถมินิบัส 3,000 คัน เริ่มใช้ในวันที่ 6 เมษายน โดยเป็นอัตราที่ตั้งอยู่บนฐานราคาน้ำมันดีเซลก่อนหน้านี้ที่ 38.99 บาท/ลิตร ดังนั้น เมื่อสถานการณ์ต้นทุนของรถตู้และรถมินิบัสเปลี่ยนมาสูงขึ้นเป็นกว่า 50 บาท/ลิตร จึงเกิดความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการจะลดปริมาณเที่ยวรถโดยสารหรือหยุดให้บริการในบางเส้นทาง แต่ถ้ารัฐบาลปล่อยให้ผู้ประกอบการปรับค่ารถแบบ “ลอยตัว” ก็จะยิ่งซ้ำเติมเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้พี่น้องประชาชนอีก
พรรคประชาชนเสนอว่า รัฐบาลสามารถเลือกทางออกที่ไม่ใช่การตรึงราคาหรือลอยตัว แต่ “อุดหนุนรายหัว” แทน โดยคำนวณหาอัตราเงินอุดหนุนจากฐานเส้นทาง จำนวนวัน และจำนวนผู้โดยสารที่เดินทาง ซึ่งจะทำให้ไม่เสี่ยงเกิดการกักตุนอย่างที่ผ่านมา ทั้งยังช่วยจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้รถสาธารณะแทนรถส่วนตัว
2. อัปเดตข้อมูลน้ำมันให้ครบ เพิ่มความมั่นใจให้คนขับ
นายวีระยุทธเสนอให้รัฐบาลต้องจริงจังกับการจัดการข้อมูลหน้าปั๊มบนเว็บไซต์ Fuel Now มากกว่านี้ เนื่องจากจำนวนปั๊มน้ำมันทั่วประเทศไทยมีประมาณ 25,000 ปั๊ม แต่เพจ Fuel Now ล่าสุด กลับมีจำนวนปั๊มที่รายงานข้อมูลน้ำมันมีอยู่ประมาณ 7,200 ปั๊มเท่านั้น ไม่ถึง 1 ใน 3 ของปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนที่ต้องเดินทางไกลวางแผนลำบาก ขาดความมั่นใจในการเดินทาง
3. ตั้งจุดซื้อขายสินค้าท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า
นายวีระยุทธเสนอว่า รัฐบาลสามารถใช้เทศกาลสงกรานต์ยังเป็นโอกาสสร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียน การจับจ่ายใช้สอยท้องถิ่นได้ โดยเสนอให้จัดเตรียม “จุดซื้อขายของฝาก” จากเกษตรกรในแต่ละจังหวัด เพื่อระบายผลผลิตที่ยังมีปริมาณผลผลิตส่วนเกินหรือราคาตกต่ำ ประสานงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และจังหวัดต่าง ๆ ทั้งสำหรับขาจากเมืองไปบ้าน (เช่น มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง) และขากลับจากบ้านกลับมาเมือง (เช่น สินค้าท้องถิ่น) โดยควรจัดจุดรับและจุดซื้อที่สะดวกทั้งสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวและผู้เดินทางด้วยการขนส่งสาธารณะ
4. ช่วยชาวนา ชาวประมง ขนส่ง พลาสติก ทันที
ส่วนกรณีที่ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แจ้งว่าจะมีการประชุม ครม. ในวันที่ 11 เมษายน เพื่อออกมาตรการพุ่งเป้าเยียวยาไปที่กลุ่มเปราะบางนั้น นายวีระยุทธแสดงความเห็นว่ายังมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องเลี้ยงชีพรายวัน รัฐบาลจึงไม่ควรต้องรอถึงวันที่ 11 เมษายน แต่สามารถออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาพุ่งเป้าไปยังกลุ่มสำคัญอย่างน้อย 4 กลุ่มได้เลย คือ ชาวนา ชาวประมง กลุ่มขนส่ง และกลุ่มที่เผชิญภาวะขาดแคลนพลาสติกเพราะวิกฤติน้ำมันครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายภาคส่วน เช่น ชาวประมงพาณิชย์กว่า 9,000 ลำ ชาวประมงพื้นบ้านกว่า 100,000 ครอบครัว
เสนอให้รัฐบาลจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นมาให้ชาวประมงเพิ่มเติม ในขณะที่ภาวะขาดแคลนเม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่ผลิตมาจากน้ำมันดิบก็เริ่มรุนแรงขึ้น กระทบโดยตรงกับพนักงานและผู้ประกอบการโรงงานพลาสติกกว่า 2,500 แห่ง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือทั้งด้านปริมาณและราคาต้นทุนโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นจะส่งผลลามเป็นลูกโซ่ไปยังสินค้าอื่น ๆ
