“เจ๊รวย” รมต.สำนักนายกฯ ป้ายแดง โพสต์เฟซบุ๊ก “ไม่มีนามสกุลบ้านใหญ่ - ลูกเทพ” ต่อท้าย ขอโอกาสพิสูจน์ฝีมือใช้ความรู้ที่มีทำงานอย่างดีที่สุด
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 6 เมษายน 2569 นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ป้ายแดง หรือที่ทุกคนรู้จักในชื่อ “เจ๊รวย” เป็น สส.อำนาจเจริญ 2 สมัย โพสต์เฟซบุ๊ก แนะนำตัวเองว่า เป็นคนอำนาจเจริญแต่กำเนิด และใช้ชีวิตครอบครัวอยู่ที่อำนาจเจริญ เดิมทีครอบครัวประกอบธุรกิจส่วนตัว ในบรรดาพี่น้อง ไม่มีใครเป็นนักการเมือง ไม่มีต้นทุนทางการเมือง จึงถือว่าตนเองไม่ได้มีคำห้อยท้ายว่า “บ้านใหญ่” หรือ “ลูกเทพ” ต่อท้ายนามสกุล
ย้อนกลับไปปี 2562 นางสุขสมรวย ก้าวเข้าสู่การเมืองครั้งแรก ในตำแหน่งเลขานุการ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนที่จะตัดสินใจ ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็น สส.อำนาจเจริญ ในนามพรรคภูมิใจไทย ปี 2566 ต่อด้วยปี 2569
นางสุขสมรวย ยังระบุว่าตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นสิ่งที่เกินความคาดฝันของผู้หญิงลูกอีสานคนหนึ่งจากจังหวัดอำนาจเจริญ บทบาททางการเมืองที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ แต่คือบทเรียนชีวิต ที่หล่อหลอมให้ รวย เข้าใจคำว่า “การทำงานเพื่อส่วนรวม” ซึ่งผ่านทั้งแรงกดดัน ความคาดหวัง และอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน
ปี 2566 รวย ตัดสินใจลงสมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 1 ในนามพรรคภูมิใจไทย เพราะหนึ่งประโยค จากคำพูดของผู้ใหญ่ที่รวยเคารพ ท่านบอกว่า “ถ้าเอ็งเป็น สส. เอ็งจะช่วยประชาชนได้มากกว่าเดิม” คำพูดนั้น ไม่ใช่แค่คำแนะนำ แต่เป็นความเชื่อที่ รวย ยึดถือ และใช้เป็นพลังในการทำงานมาตลอด และในวันนี้ ปี 2569 รวย ได้รับโอกาสอีกครั้ง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งแต่คือ “ความไว้วางใจ” ที่ยิ่งใหญ่ นางสุขสมรวย กล่าว
...
นางสุขสมรวย เล่าด้วยว่า สิ่งเดียวที่มีคือความตั้งใจ ความซื่อสัตย์ และความกตัญญู ต่อผู้มีพระคุณและผืนแผ่นดินนี้ เชื่อเสมอว่า ทุกโอกาสที่เข้ามาในชีวิต ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือโอกาสที่เราต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการลงมือทำให้ดีที่สุด ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จ แต่คือภาระหน้าที่ที่ต้องตั้งใจทำให้คุ้มค่ากับความไว้วางใจที่ได้รับมอบหมาย ตนจะทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิม คิดให้รอบคอบมากขึ้น และยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน
“จะไม่ลืมว่าตัวเองมาจากไหน จะไม่หยุดพัฒนา เพื่อไปให้ไกลกว่านี้ เพื่อบ้านเมืองของเรา รวย ขอสัญญาว่า จะทำหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยความรู้ ความสามารถ และหัวใจทั้งหมดที่มี เพื่อพี่น้องประชาชน และเพื่อประเทศชาติของเราอย่างดีที่สุด”